ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ทั้งหมด
▼
ใหม่ล่าสุด
▼

(เชิงรุกที่ 1/2570) คุ้มครองสิทธิฯ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือกรณีทารกวัย 6 เดือน เสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ

(เชิงรุกที่ 1/2570) คุ้มครองสิทธิฯ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือกรณีทารกวัย 6 เดือน เสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ

วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2569 ณ สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มอบหมายให้ เจ้าหน้าที่กองพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ นำโดย นายปวินท์ หน่อแก้ว หัวหน้ากลุ่มปฏิบัติการยุติธรรมเชิงรุก พร้อมด้วย นางสาวสุภานันท์ แจ่มศรี นิติกร นางสาวสุภาภรณ์ บำรุงศรี นิติกร นางสาวยมลรดา ฤทธิรณ นิติกร และ นางสาวพลอยนภัส ศุภสิทธิ์ไพศาล เจ้าหน้าที่คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือกรณีทารกวัย 6 เดือน เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. ภายในอะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าพบ ร้อยตำรวจโท พัชรพล วุฒิเมธานันท์ รองสารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง พร้อมด้วย นางสาวภัทศราภรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) มารดา และ นายณรงค์ฤทธิ์ (ขอสงวนนามสกุล) บิดาของผู้เสียชีวิต เพื่อดำเนินการรับคำขอตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559) พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิและหลักเกณฑ์ในการขอรับความช่วยเหลือ ตลอดจนให้คำปรึกษาทางกฎหมายเบื้องต้นเกี่ยวกับแนวทางการเยียวยาและการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต ทั้งในด้านการฟื้นฟูเยียวยาจิตใจและด้านกระบวนการยุติธรรม โดยมุ่งให้ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบได้รับการช่วยเหลือและคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายและหลักมาตรฐานสากลอย่างครบถ้วน (เครดิตข่าว : https://www.khaosod.co.th/crime/news_10410719)

2 ต.ค. 256921
ฉบับที่ 5/2570  คุ้มครองสิทธิฯ เข้าร่วมเป็นเกียรติและร่วมแสดงความยินดีกับ “กรมส่งเสริมสหกรณ์” ในโอกาส “ครบรอบ 54 ปี วันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์”

ฉบับที่ 5/2570 คุ้มครองสิทธิฯ เข้าร่วมเป็นเกียรติและร่วมแสดงความยินดีกับ “กรมส่งเสริมสหกรณ์” ในโอกาส “ครบรอบ 54 ปี วันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์”

วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2569 เวลา 09.45 น. ณ กรมส่งเสริมสหกรณ์ 12 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มอบหมายให้ นางขนิษฐา รัตนประทุม ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นผู้แทนกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เข้าร่วมเป็นเกียรติและร่วมแสดงความยินดีกับ “กรมส่งเสริมสหกรณ์” ในโอกาส “ครบรอบ 54 ปี” โดยมี นายภักดี จันทร์เกษ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ได้ให้ความร่วมมือในการประสานราชการกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ด้วยดีเสมอมา

1 ต.ค. 256922
ฉบับที่ 4/2570 คุ้มครองสิทธิฯ รายงานผลการตรวจราชการ นิเทศและติดตามงาน รอบที่ 2 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ฉบับที่ 4/2570 คุ้มครองสิทธิฯ รายงานผลการตรวจราชการ นิเทศและติดตามงาน รอบที่ 2 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

วันพุธที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 14.00–15.00 น. ณ ห้องประชุม 10-06 ชั้น 10 อาคารกระทรวงยุติธรรม นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นประธานประชุมรายงานผลการตรวจราชการ นิเทศ และติดตามงานของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ รอบที่ 2 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งจัดโดย กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ โดยมี นางสาวดวงดาว เกียรติพิศาลสกุล รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม สำหรับการประชุมในครั้งนี้ นายณัฐพล ด่านจิตร์ตรง ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพ นางสุภาวดี บุญพบ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมการระงับข้อพิพาท และ นายพัสกร เพชรในหิน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ รายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ผู้ตรวจราชการกรมในรอบ 6 เดือน ผลการติดตามข้อเสนอแนะของผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม และสรุปผลการตรวจราชการ นิเทศและติดตามงานของหน่วยงานในพื้นที่ รอบที่ 2 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามและขับเคลื่อนภารกิจของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพให้เป็นไปตามนโยบายและแผนงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเร่งรัดการดำเนินงานของหน่วยงานในส่วนภูมิภาคให้เกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

1 ต.ค. 256919
ฉบับที่ 3/2570 คุ้มครองสิทธิฯ ผลักดันการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ภายใต้โครงการพัฒนาบุคลากรและกระบวนการด้านการบริหารงานวิจัยและนวัตกรรมของบุคลากรกรมฯ  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ฉบับที่ 3/2570 คุ้มครองสิทธิฯ ผลักดันการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ภายใต้โครงการพัฒนาบุคลากรและกระบวนการด้านการบริหารงานวิจัยและนวัตกรรมของบุคลากรกรมฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

วันพุธที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 08.30–12.00 น. ณ ห้องประชุมสนฉัตร ชั้น 3 อาคารกระทรวงยุติธรรม กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ นำโดย นายณัฐพล ด่านจิตร์ตรง ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพ นายพัสกร เพชรในหิน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ และ นางสุภาวดี บุญพบ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมการระงับข้อพิพาท พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ คณะทำงานวิจัย และ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดประชุมเชิงวิชาการเพื่อผลักดันการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ภายใต้โครงการพัฒนาบุคลากรและกระบวนการด้านการบริหารงานวิจัยและนวัตกรรมของบุคลากรกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี ผู้เข้าร่วมประชุม 30 คน และได้รับเกียรติจาก นายเศรษฐภูมิ บัวทอง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาเครื่องมือด้านการประเมินผลตอบแทนทางสังคม (SEOI TU) เป็นวิทยากรบรรยาย สำหรับการประชุมมุ่งพัฒนาความรู้และทักษะในการประเมินผลลัพธ์และผลกระทบทางสังคมจากงานพัฒนา โดยใช้เครื่องมือ SIA และ SROI รวมถึงแนวคิดเรื่องมูลค่าของเวลา (Time Value of Money) และการกำหนดตัวแทนทางการเงิน (Financial Proxy) เพื่อให้บุคลากรสามารถวิเคราะห์คุณค่าของผลงานวิจัยและแนวทางนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างชัดเจน โดยมุ่งสนับสนุนให้ผลงานวิจัยเชื่อมโยงกับภารกิจของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และนำไปสู่ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริงต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง

1 ต.ค. 256921
ฉบับที่ 2/2570 คุ้มครองสิทธิฯ ร่วมประชุมประจำปี 2569 แผน 14 : เปลี่ยนไทยให้ไปไกลกว่าเดิมThailand’s Next Agenda

ฉบับที่ 2/2570 คุ้มครองสิทธิฯ ร่วมประชุมประจำปี 2569 แผน 14 : เปลี่ยนไทยให้ไปไกลกว่าเดิมThailand’s Next Agenda

วันพุธที่ 30 กันยายน 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มอบหมายให้ นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พร้อมด้วย นางขนิษฐา รัตนประทุม ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เข้าร่วมประชุมประจำปี 2569 แผน14 เปลี่ยนไทยให้ไกลกว่าเดิม Thailand’s Next Agenda ซึ่งจัดโดย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกล่าวปาฐกถาพิเศษและเป็นประธานเปิดการประชุมประจำปี 2569 และมี ผู้เข้าร่วมประะชุมประกอบด้วย คณะรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงและหัวหน้าส่วนราชการระดับกรม/เทียบเท่า รัฐวิสาหกิจ ผู้แทนภาคธุรกิจ กลุ่มองค์กรภาคเอกชน นักวิชาการ องค์กรระหว่างประเทศ สื่อมวลชน และประชาชนเข้าร่วม สำหรับการประชุมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสาระสำคัญของร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575) พร้อมเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานและภาคีการพัฒนาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อประกอบการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะ 5 ปีข้างหน้า โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ 1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุมประจำปี 2569 ของ สศช. โดยมอบนโยบายขับเคลื่อนร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575) ภายใต้แนวคิด “แผน 14 : เปลี่ยนไทยให้ไปไกลกว่าเดิม Thailand’s Next Agenda” เน้นว่าทุกหน่วยต้องปลดล็อกข้อจำกัดของประเทศ เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และเลิกใช้วิธีแข่งด้วยแรงงานหรือทรัพยากรราคาถูก แต่เปลี่ยนมาเน้นคุณภาพ นวัตกรรม เทคโนโลยี และทักษะคนไทย เพื่อสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมรองรับวิกฤตภูมิอากาศและสังคมสูงวัย ควบคู่กับการปฏิรูปภาครัฐให้กระชับ รวดเร็ว และอำนวยความสะดวกแก่ภาคเอกชนอย่างเป็นระบบ ผ่าน 5 เสาหลัก ได้แก่ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ การปฏิรูปภาครัฐ การพัฒนาทุนมนุษย์ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการลงทุนถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อมุ่งสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนร่วมกัน 2.นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สศช. นำเสนอร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575) เปลี่ยนไทยให้ไปไกลกว่าเดิม ถือเป็น “โอกาสสุดท้าย” ในการแก้ปัญหาโครงสร้างและขับเคลื่อนประเทศไทย โดยเน้นว่าแผน 14 ต้องปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่แค่เอกสารวิชาการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้อยู่ใน Top 20 ของโลก พร้อมผลักดันเศรษฐกิจโตเกิน 3% ควบคู่กับการเร่งเพิ่มผลิตภาพ ปฏิรูปภาครัฐ ลดความเหลื่อมล้ำ และรับมือความท้าทายเร่งด่วน ทั้งสังคมสูงวัยสุดขั้ว วิกฤตภูมิอากาศ และการเข้ามาของ AI โดยเน้นสร้างงานที่มีคุณค่า กระจายโอกาสสู่เอสเอ็มอี และปราบปรามการทุจริต เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงให้คนไทย 3.เวทีเสวนาหัวข้อ ประเทศไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม เปลี่ยนอย่างไรให้ไปต่อ (5 รัฐมนตรี) 1) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประเด็นด้านการคลัง เน้นแก้วิกฤตโครงสร้าง ชี้ว่าไทยโตต่ำเรื้อรัง เหลื่อมล้ำสูง และต้นทุนพลังงานนำเข้าแพง ต้องเร่งซ่อมแซมวินัยการคลังหลังวิกฤตโควิด เน้นให้รัฐหนุน-เอกชนนำ เปลี่ยนแผนจากกระดาษสู่การปฏิบัติ ทลายการทำงานแบบแยกส่วน รัฐทำหน้าที่ปลดล็อกกฎเกณฑ์ เพื่อให้เอกชนขับเคลื่อน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และผลักดันไทยเป็นฮับลงทุนใหม่ ตั้งเป้าดึงเงินลงทุนแตะ 30% ของ GDP มุ่งสู่การเป็น Future Investment Hub โดยเฉพาะด้าน Data Center (AI & Digital Hub) Financial Hub และเศรษฐกิจสีเขียว รวมถึงต้องเร่งเพิ่มผลิตภาพคนตัวเล็ก ปรับงบประมาณมาเน้นอัพสกิลประชาชน นำเทคโนโลยีและ AI มาช่วยผู้ประกอบการฐานรากและ SMEs ให้ค้าขายออนไลน์และพึ่งพาตนเองได้จริง 2) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประเด็นด้านเศรษฐกิจ เน้นให้รับมือโลกหลายขั้ว เนื่องจากโลกเปลี่ยน ภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยน หลายประเทศที่เป็นคู่ค้าหันมาใช้มาตรการทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (Non-Tariff Measures) ที่เข้มงวดและซับซ้อนขึ้น จึงเน้นชูประเทศไทยเป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือ ใช้จุดแข็งการวางตัวเป็นกลางและยุทธศาสตร์ที่ตั้งของไทย เป็นประตูเชื่อมสู่ตลาดอาเซียน เพื่อดึงดูดกลุ่มประเทศที่ต้องการกระจายความเสี่ยง โดนดึง 4 อุตสาหกรรมบริการเด่นๆ มาพัฒนาสู่การเป็น Tourism & Wellness Hub ศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหาร (Food Security Hub) เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการค้าส่งค้าปลีกชุมชน เร่งปิดดีล FTA เร่งรัดการเจรจาข้อตกลงทางการค้าเสรี (FTA) กับตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง เช่น สหภาพยุโรป (EU) และอินเดีย 3) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ประเด็นด้านต่างประเทศ เน้นการทูตเชิงรุก ปรับนโยบายต่างประเทศให้ก้าวหน้าและรวดเร็ว ไม่ทำงานด้วยความกลัว เพื่อรับมือกับการแบ่งขั้วอำนาจโลกในอีก 5 ปีข้างหน้า ไม่เลือกข้าง ยึดประโยชน์ชาติ: วางตำแหน่งทางการทูตของไทยให้รักษาดุลอำนาจและอิสระทางยุทธศาสตร์ ไม่โอนเอียงไปกับมหาอำนาจขั้วใดขั้วหนึ่ง เปิดตลาดใหม่ดึงเงินลงทุน: ผนึกนโยบายต่างประเทศเข้ากับการค้า เดินหน้าเปิดความสัมพันธ์และเจาะตลาดใหม่ๆ เช่น แอฟริกา เอเชียกลาง อินเดีย และยุโรป เพื่อเปลี่ยนความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ให้เป็นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจริง 4) นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้านประเด็นด้านปฏิรูปภาครัฐ เน้นสร้างความเข้าใจให้ทุกภาคส่วนเห็นภาพตรงกันถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกที่รวดเร็ว ทั้งเทคโนโลยี พฤติกรรมคน สภาพภูมิอากาศ และสังคมสูงวัย การทำแผนต้องสร้างสมดุลระหว่างมิติเศรษฐกิจและสังคม พร้อมปรับบทบาทภาครัฐจากผู้ควบคุมเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) ปรับขนาดองค์กรให้เหมาะสม นำระบบดิจิทัลมาใช้ ทบทวนกฎหมายที่ล้าสมัย ยกระดับมาตรฐานประเทศเพื่อเข้าเป็นสมาชิก OECD และยึดหลักนิติธรรมที่เกิดผลจริงในทางปฏิบัติเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและการเติบโตอย่างยั่งยืน 5) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ประเด็นด้านทุนมนุษย์และนวัตกรรม เน้นให้ยกระดับประเทศไทยด้วยการพัฒนาทุนมนุษย์และนวัตกรรม จากความเชี่ยวชาญระดับบุคคลไปสู่ความเชี่ยวชาญระดับชาติ โดยมุ่งเน้นสร้างทักษะคนให้มีความรอบรู้เชิงลึกที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้ ควบคู่กับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ และการใช้มหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางการพัฒนาศักยภาพตามเอกลักษณ์ของแต่ละจังหวัด พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกกลุ่มคนเข้ามามีส่วนร่วมในระบบเศรษฐกิจ และปรับปรุงระบบนิเวศการทำงานเพื่อเพิ่มผลิตภาพของประเทศอย่างยั่งยืน

1 ต.ค. 256923
ฉบับที่ 1/2570 คุ้มครองสิทธิฯ ร่วมพิจารณาช่วยเหลือประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ในฐานะที่เป็นคณะอนุกรรมการช่วยเหลือผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ครั้งที่ 8/2569

ฉบับที่ 1/2570 คุ้มครองสิทธิฯ ร่วมพิจารณาช่วยเหลือประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ในฐานะที่เป็นคณะอนุกรรมการช่วยเหลือผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ครั้งที่ 8/2569

วันพุธที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 09.00-10.30 น. ณ ห้องประชุม 4-01 ชั้น 4 อาคารกระทรวงยุติธรรม และผ่านออนไลน์ระบบ Cisco Webex meetings นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฯ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการช่วยเหลือผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ครั้งที่ 8/2569 โดยมี นางสาวจิฬาภรณ์ ตามชู กฤษณสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา และ นางบุญภาดา พึ่งบุญ ณ อยุธยา อรุณเบิกฟ้า ผู้อำนวยการกองพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ ร่วมเป็นอนุกรรมการฯ และมี ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วม ซึ่งมี สำนักงานกองทุนยุติธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นฝ่ายเลขานุการ สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ได้รับทราบถึงสถิติการให้ความช่วยเหลือในภาพรวมทั้งประเทศ พร้อมทั้งพิจารณาให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ยื่นคำขอ ทั้งสิ้น 5 ราย เป็นไปตามพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. 2558 และระเบียบคณะกรรมการกองทุนยุติธรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการช่วยเหลือผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน พ.ศ. 2559 เพื่อเป็นการอำนวยความยุติธรรม ลดความเหลื่อมล้ำให้กับประชาชนที่เดือดร้อน ไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งสามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนยุติธรรม โทร. 1111 กด 77 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

1 ต.ค. 256921
ฉบับที่ 1491/2569 คุ้มครองสิทธิฯ ควงแขนกระทรวงการต่างประเทศ จับมือ EU ยกระดับกระชับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ระดับทวิภาคี ไทย - EU

ฉบับที่ 1491/2569 คุ้มครองสิทธิฯ ควงแขนกระทรวงการต่างประเทศ จับมือ EU ยกระดับกระชับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ระดับทวิภาคี ไทย - EU

วันอังคารที่ 29 กันยายน 2569 ระหว่างเวลา 14.00 - 18.00 น. ผ่านทางออนไลน์ระบบ Cisco Webex Meetings อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มอบหมายให้ นางสาวนรีลักษณ์ แพไชยภูมิ ผู้อำนวยการกองสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ พร้อมด้วย นายศุภณัฐ แก้วเล็ก นักวิชาการยุติธรรมชำนาญการ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการร่วมไทย - สหภาพยุโรปตามกรอบความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือรอบด้านระหว่าง ไทย - สหภาพยุโรป (Joint Committee) ครั้งที่ 2 โดยมี คุณสมฤดี พู่พรอเนก อธิบดีกรมยุโรป และ คุณ Dominic Porter รองผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายเอเชียและแปซิฟิก (Deputy Managing Director for Asia and the Pacific) กระทรวงการต่างประเทศแห่งสหภาพยุโรป (European External Action Services - EEAS) เป็นประธานร่วมกัน และมีผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วม สำหรับการประชุมฯ ในครั้งนี้ ผอ. กสป. ในฐานะผู้แทนกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพซึ่งเป็นประธานร่วมฝ่ายไทยในคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนและธรรมาภิบาล (Specialized Working Group on Human Rights and Governance) ได้นำเสนอผลการประชุมคณะทำงานฯ ครั้งที่ 1 ณ กรุงบรัสเซลล์ ราชอาณาจักรเบลเยียม เมื่อเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะอย่างกว้างขวางครอบคลุมประเด็นด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และสิทธิมนุษยชนในบริบทเฉพาะ รวมทั้งได้นำเสนอความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างไทยและสหภาพยุโรป ภายหลังสิ้นสุดการประชุม อาทิ การจัดการหารือเกี่ยวกับกฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปาก ความช่วยเหลือในการขับเคลื่อนร่างกฎหมายส่งเสริมการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน และความช่วยเหลือทางเทคนิคในการตั้งศูนย์ประสานงานแห่งชาติ (National Contact Points : NCP) ภายใต้กรอบ OECD เป็นต้น ทั้งนี้ EU ชื่นชมบทบาทนำของประเทศไทยในการยกระดับมาตรการและมาตรฐานเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในทุกมิติ และยินดีที่จะสนับสนุนการดำเนินการฯ ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องภายใต้การดำเนินงานของคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนและธรรมาภิบาลต่อไป ซึ่งคณะทำงานฯ ดังกล่าวมีกำหนดจัดการประชุม ครั้งที่ 2 ในช่วงต้นปี 2570 โดยมีประเทศไทย นำโดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นเจ้าภาพ

30 ก.ย. 256919
ฉบับที่ 1490/2569 คุ้มครองสิทธิฯ หารือ OHCHR ยกระดับการขับเคลื่อนกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติ

ฉบับที่ 1490/2569 คุ้มครองสิทธิฯ หารือ OHCHR ยกระดับการขับเคลื่อนกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติ

วันอังคารที่ 29 กันยายน 2569 ระหว่างเวลา 10.00 - 11.30 น. ผ่านทางออนไลน์ระบบ Zoom Meeting กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ โดยกองสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และกองกฎหมาย นำโดย นางสาวนรีลักษณ์ แพไชยภูมิ ผู้อำนวยการกองสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ นายสมเดช พูนนำเภา ผู้อำนวยการกองกฏหมาย พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่จากกองสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และกองกฎหมาย ได้เข้าร่วมหารือกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Office of High Commissioner for Human Rights: OHCHR) นำโดยคุณ Claude Cahn เจ้าหน้าที่ด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติ และคณะเจ้าหน้าที่ OHCHR โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต้นแบบที่ดีและประสบการณ์เกี่ยวกับการยกร่างและผลักดันกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติ (Comprehensive Anti-Discrimination Law) ของประเทศต่าง ๆ ตลอดจนแนวทางการขับเคลื่อนร่างพระราชบัญญัติการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล พ.ศ. …. ของประเทศไทย สำหรับการหารือฯ ดังกล่าว ผอ. กสป. และ ผอ. กกม. ได้ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นมา สาระสำคัญ สถานะของร่างพระราชบัญญัติฯ และกรอบระยะเวลาการเสนอร่างพระราชบัญญัติฯ โดยที่ประชุมได้ร่วมแลกเปลี่ยนทัศนะและข้อคิดเห็นในประเด็นที่เกี่ยวข้องอย่างกว้างขวาง อาทิ องค์ประกอบคณะกรรมการภายใต้ร่างพระราชบัญญัติฯ แนวทางการเยียวยาการเลือกปฏิบัติ แนวทางการร่วมมือกับความเห็นคัดค้านร่างพระราชบัญญัติฯ การสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการลดอคติ ลดการตีตรา และการขจัดการเลือกปฏิบัติ ประเด็นความละเอียดอ่อนด้านความมั่นคงแห่งรัฐ รวมทั้งกลุ่มเปราะบางที่ควรได้รับความคุ้มครอง เป็นต้น ทั้งนี้ OHCHR ชื่นชมบทบาทนำของประเทศไทยในการผลักดันร่างพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าว รวมทั้งยินดีให้การสนับสนุนทางเทคนิคเพื่อช่วยขับเคลื่อนร่างพระราชบัญญัติฯ ร่วมกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพต่อไป

30 ก.ย. 256920
ฉบับที่ 1489/2569 คุ้มครองสิทธิฯ ร่วมแลกเปลี่ยนบทบาทภารกิจกรมในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย และทนายอาสา ในงานเสวนาโต๊ะกลม “Thailand Pro Bono Lawyers’ Roundtable”

ฉบับที่ 1489/2569 คุ้มครองสิทธิฯ ร่วมแลกเปลี่ยนบทบาทภารกิจกรมในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย และทนายอาสา ในงานเสวนาโต๊ะกลม “Thailand Pro Bono Lawyers’ Roundtable”

วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 ระหว่างเวลา 14.00 - 16.00 น. ณ สำนักงานกฎหมาย Tilleke & Gibbins อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มอบหมายให้ นางสาวนรีลักษณ์ แพไชยภูมิ ผู้อำนวยการกองสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ เป็นวิทยากรในการเสวนาโต๊ะกลม “Thailand Pro Bono Lawyers’ Roundtable” ซึ่งจัดโดย ความร่วมมือระหว่างบริษัทกฎหมาย และองค์กรชั้นนำ ได้แก่ สำนักงานกฎหมาย Tilleke & Gibbins, BABSEACLE, PILnet และ TrustLaw ทั้งนี้ การเสวนาฯ ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อหารือร่วมกันถีงสถานะประเทศไทย และความเป็นไปได้ในการสร้างระบบทนายอาสาในรูปแบบ Pro Bono ในประเทศไทย สำหรับการเสวนาฯ ดังกล่าว ผอ. กสป. ได้เป็นผู้เสวนาร่วมกับ ดร. อณูวรรณ วงศ์พิเชษฐ์ รองผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย และคุณ Bruce Lasky, Co-Founder / Director of BABSEACLE และ Co-Founder and International Organizing Committee Member of the Asia Pro Bono Consortium and Conference โดย ผอ. กสป. ได้กล่าวถึงบทบาทภารกิจกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย โดยเฉพาะการรับเรื่องร้องเรียน การให้คำปรึกษาทางกฎหมาย การจัดทนายความในชั้นสอบสวน การไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท การเยียวยาผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา การคุ้มครองพยาน รวมถึงการให้ความช่วยเหลือในการต่อสู้คดีโดยกองทุนยุติธรรม นอกจากนั้น ยังได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการสร้างระบบทนายอาสาในรูปแบบ Pro Bono ในประเทศไทย ข้อควรคำนึงถึง และข้อท้าทายในทางปฏิบัติ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะอย่างกว้างขวาง อาทิ การจัดทำ Reconition List ให้กับทนายความอาสา การให้รางวัลและการจัดสิทธิประโยขน์ให้กับทนายความอาสา การศึกษาเปรียบเทียบระบบทนายอาสาในรูปแบบ Pro Bono กับประเทศต่างๆ แนวทางระหว่างประเทศในการพัฒนาระบบทนายอาสาในรูปแบบ Pro Bono การคัดกรองรายชื่อทนายอาสา การสร้างความน่าเชื่อถือให้กับทนายความอาสา การป้องกันมิจฉาชีพ และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น สำหรับการเสวนา ฯ ดังกล่าว เป็นกิจกรรมซึ่งจัดขึ้นเป็นวันแรกภายใต้งาน Thailand Pro Bono Days 2026 ซึ่งจัดขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่าง Anajak Law Office, BEBSEACLE, Kudun & Partners, Norton Rose Fulbright, PILnet, Tilleke & Gibbins, Trustlaw/ Thomson Reuters Foundation, Watson Farley & Williams ระหว่างวันที่ 28 กันยายน - 2 ตุลาคม 2569 เพื่อ เสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่าง ผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมาย และภาคส่วนต่างๆ เพื่อนำไปสู่การพิจารณาแนวทางการพัฒนาระบบทนายอาสาในรูปแบบ Pro Bono ต่อไป

30 ก.ย. 256919
ฉบับที่ 1488/2569 คุ้มครองสิทธิฯ ร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประเด็น “กฎหมายมหาชนเพื่อหลักคุณธรรม ธรรมาภิบาล และการพัฒนาที่ยั่งยืน” กับนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ฉบับที่ 1488/2569 คุ้มครองสิทธิฯ ร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประเด็น “กฎหมายมหาชนเพื่อหลักคุณธรรม ธรรมาภิบาล และการพัฒนาที่ยั่งยืน” กับนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 ระหว่างเวลา 09.45-10.45 น. ผ่านทางออนไลน์ระบบ Zoom Meeting อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มอบหมายให้ นางสาวนรีลักษณ์ แพไชยภูมิ ผู้อำนวยการกองสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ เป็นวิทยากร ร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประเด็น “กฎหมายมหาชนเพื่อหลักคุณธรรม ธรรมาภิบาล และการพัฒนาที่ยั่งยืน” (Law for Intregity, Good Governance, and Sustainable Development) กับนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจข้อเท็จจริงในทางปฏิบัติของการออกกฏหมายและการบังคับใช้กฎหมายโดยคำนึงถึงความยุติธรรมทางสังคม สิทธิมนุษยชน และความเป็นธรรมอย่างแท้จริง สำหรับกิจกรรมฯ ดังกล่าว ผอ. กสป. ได้ร่วมแลกเปลี่ยนในหัวข้อ “สังเคราะห์บทเรียนการใช้อำนาจทางมหาชนกับสิทธิมนุษยชน“ โดยได้ถ่ายทอดประสบการณ์ในการจัดทำกฎหมาย โดยเฉพาะการจัดทำแผนที่ผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders Mapping) กับกฎหมายแต่ละฉบับ การเปืดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียเข้ามามีส่วนร่วม ตั้งแต่ชั้นการร่างกฎหมาย การวิพากษ์ร่างกฎหมาย การรับฟังความคิดเห็นตลอดกระบวนการนิติบัญญัติ รวมถึงการคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนในช่วงการบังคับใช้กฎหมาย ตั้งแต่ชั้นตำรวจ อัยการ ศาล เพื่อนำมาสู่ความยุติธรรมอย่างแท้จริง นอกจากนั้น กิจกรรมยังได้หยิบยก คำแนะนำประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยคำนึงถึงความเสมอภาคทางเพศ ซึ่งสร้างมาตรฐานการพิจารณาพิพากษาคดีโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อทุกเพศ มาอภิปรายร่วมกันถีงพัฒนาการ ข้อท้าทายในทางปฏิบัติ และความสำคัญของการออกคำแนะนำฯ ดังกล่าว ต่อการพิจารณาพิพากษาคดี ทั้งนี้ กิจกรรมฯ ดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของทบทวนการเรียนการสอนให้กับนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จำนวนกว่า 450 คน เพื่อให้มีความพร้อม และตระหนักถึงความสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายบนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชน ก่อนที่จะสำเร็จการศึกษาและออกไปปฏิบัติงานต่อไป

30 ก.ย. 256919
ฉบับที่ 1487/2569 คุ้มครองสิทธิฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน จังหวัดตรัง

ฉบับที่ 1487/2569 คุ้มครองสิทธิฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน จังหวัดตรัง

วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 ณ สถานีตำรวจภูธรเมืองตรัง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พร้อมด้วย นายธปภัค บูรณะสิงห์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการระงับข้อพิพาท นางสาวจันทกร ดำเนินผล ยุติธรรมจังหวัดตรัง นางสาวนิลุบล แสงทอง หัวหน้ากลุ่มอำนวยความยุติธรรมและนิติการ นางสายรุ้ง ศรีเพชร์ พนักงานคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และ นายธนกร หนูเซ่ง นิติกร เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจคณะทำงานบริหารประจำศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชนตำบลทับเที่ยง ณ สถานีตำรวจภูธรเมืองตรัง โดยมี พันตำรวจเอก ภูมิ บาลทิพย์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองตรัง ให้การต้อนรับ และ พันตำรวจเอก สมศักดิ์ ศรีแสง ประธานคณะทำงานบริหารประจำศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชนตำบลทับเที่ยง รายงานผลการดำเนินงาน รวมถึงสะท้อนปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ให้ทราบโอกาสนี้ นอกจากนี้ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้รับฟังปัญหาและให้กำลังใจคณะทำงานฯ พร้อมมอบแนวทางในการพัฒนาการดำเนินงานด้านการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดเป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562 ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการลดปริมาณคดีที่จะเข้าสู่กระบวนการศาล ช่วยลดความขัดแย้ง และสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในระดับชุมชน อีกทั้ง ได้หารือและซักซ้อมการดำเนินงานทางกฎหมายต่าง ๆในความรับผิดชอบของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพให้พนักงานสอบสวนในสถานีตำรวจภูธรเมืองตรังและผู้แทนสำนักงานยุติธรรมจังหวัดได้เข้าใจและสามารถปฏิบัติงานเป็นไปตามแนวทางของกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มีความมุ่งมั่นที่จะขยายผลและพัฒนาศักยภาพศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ ทั่วประเทศ และสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สามารถเป็นที่พึ่งได้ตามกฎหมายแก่ประชาชนได้อย่างแท้จริง"สังคมสมานฉันท์ สร้างวัฒนธรรมการไกล่เกลี่ย"

28 ก.ย. 256922
ฉบับที่ 1486/2569 คุ้มครองสิทธิฯ หารือ OECD เดินหน้าจัดตั้งศูนย์ประสานงานแห่งชาติด้านการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ (National Contact Point :  NCP) ของประเทศไทย

ฉบับที่ 1486/2569 คุ้มครองสิทธิฯ หารือ OECD เดินหน้าจัดตั้งศูนย์ประสานงานแห่งชาติด้านการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ (National Contact Point : NCP) ของประเทศไทย

วันพุธที่ 23 กันยายน 2569 เวลา 15.00 -16.30 น. กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ โดยกองสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ นำโดย นางสาวนรีลักษณ์ แพไชยภูมิ ผู้อำนวยการกองสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่กองสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ได้หารือร่วมคณะเจ้าหน้าที่จากศูนย์การดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบของ OECD (OECD Centre for Responsible Business Conduct) นำโดย คุณ Tihana Bule หัวหน้าฝ่ายธรรมาภิบาลและความสัมพันธ์พหุภาคี และ คุณ Nicola Hachez หัวหน้าฝ่ายการเข้าถึงการเยียวยา พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือในรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดตั้งศูนย์ประสานงานแห่งชาติเพื่อการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ (National Contact Point : NCP) ของประเทศไทย สำหรับการหารือฯ ดังกล่าว สืบเนื่องจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ในฐานะหน่วยงานหลักรับผิดชอบด้านการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบตามกรอบ OECD ได้จัดส่งคำตอบต่อแบบสอบถามการเข้าเป็นสมาชิก OECD ด้านการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ (Responsible Business Conduct: RBC) ไปยังคณะทำงานด้านการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ (Working Party on Resoonsible Business Conduct : WPRBC) ของ OECD โดยมุ่งเน้นการพิจารณาข้อเสนอแนะของ OECD ต่อแนวทางการจัด NCP ทั้งด้านโครงสร้าง กลไกการตัดสินใจ ความเป็นกลาง การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และทรัพยากรที่จำเป็นต่อการดำเนินงาน ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับรายละเอียดในการจัดตั้ง NCP และแผนการดำเนินงานของไทย และ OECD ในระยะต่อไป โดย OECD จะจัดส่งข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเพื่อให้ไทยให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม รวมถึงจะเตรียมจัดการประชุมร่วมกัน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์จาก NCP ของประเทศต่าง ๆ ก่อนนำเสนอแผนการจัดตั้ง NCP ของประเทศไทยต่อที่ประชุม WPRBC ในช่วงเดือนมีนาคม 2570 เพื่อรองรับกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทยต่อไป

28 ก.ย. 256919
ฉบับที่ 1485/2569 คุ้มครองสิทธิฯ เข้าร่วมค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง 1 ปี แห่งความสำเร็จของกฎหมายสมรสเท่าเทียม ในงาน  APCOM Thailand Equality Gala 2026

ฉบับที่ 1485/2569 คุ้มครองสิทธิฯ เข้าร่วมค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง 1 ปี แห่งความสำเร็จของกฎหมายสมรสเท่าเทียม ในงาน APCOM Thailand Equality Gala 2026

วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569 ระหว่างเวลา 18.30 - 21.30 น. ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มอบหมายให้ คุณนรีลักษณ์ แพไชยภูมิ ผู้อำนวยการกองสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และ คุณฉัตราภรณ์ ดิษฐศรีพร หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาระบบและสร้างหลักประกันด้านสิทธิมนุษยชน กองสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ เข้าร่วมงาน APCOM Thailand Equality Gala 2026 ซึ่งจัดโดย มูลนิธิ APCOM โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมเฉลิมฉลองความสำเร็จของการบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม ตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ผ่านมา ภายในงานฯ ผอ. กสป. ได้ร่วมเสวนาร่วมกับ คุณริดดี้ สอนสมสุข เยาวชนนักกิจกรรม และคุณอาท พันธุมจินดา บริษัท Reckitt Benckiser ประเทศไทย ในช่วง Fireside Chat on the Road to LGBTQI+ Equality in Thailand โดย ผอ. กสป. ได้กล่าวถึงเส้นทางความสำเร็จของพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 (กฎหมายสมรสเท่าเทียม)ในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยหลังจากมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม พัฒนาการของการขับเคลื่อนกฎหมายอื่นๆ เพื่อส่งเสริมสิทธิของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ เช่น ร่างพระราชบัญญัติขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล พ.ศ. …. ร่างพระราชบัญญัติรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ พ.ศ. …. ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. …. และสิ่งที่ต้องขับเคลื่อนหรือปรับปรุงต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะการลดอคติและการตีตราต่อ LGBTQI+ สำหรับงานฯ ครั้งนี้ ถูกจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสที่กฎหมายสมรสเท่าเทียมประกาศใช้ครบรอบ 1 ปี อีกทั้งเป็นการแสดงถึงความขอบคุณบุคคลและหน่วยงานที่ได้ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนและสนับสนุนการส่งเสริมความเสมอภาคและความหลากหลายทางเพศ ตลอดจนสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการเคารพสิทธิมนุษยชนและการยอมรับในความแตกต่างของบุคคล โดยมุ่งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และภาคส่วนต่าง ๆ ในการร่วมกันสร้างสังคมที่ทุกคนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างเสมอภาค มีศักดิ์ศรี และปราศจากการเลือกปฏิบัติอย่างแท้จริง

28 ก.ย. 256920
ฉบับที่ 1484/2569 คุ้มครองสิทธิฯ เข้าร่วมโครงการ “ชมวิถีชาวเล ยลเสน่ห์มานิ (Charming of the Sea -Let's see the Mountain 2026)"

ฉบับที่ 1484/2569 คุ้มครองสิทธิฯ เข้าร่วมโครงการ “ชมวิถีชาวเล ยลเสน่ห์มานิ (Charming of the Sea -Let's see the Mountain 2026)"

ระหว่างวันที่ 25–26 กันยายน 2569 ณ เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ปลัดกระทรวงยุติธรรม มอบหมายให้ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ โดย นางพรทิพย์ วงศ์ชู นักวิชาการยุติธรรมชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ เป็นผู้แทนเข้าร่วมโครงการ “ชมวิถีชาวเล ยลเสน่ห์มานิ (Charming of the Sea – Let’s see the Mountain 2026)” โดยได้รับเกียรติจาก นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ สำหรับการจัดโครงการในครั้งนี้ จัดขึ้นโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางสังคมอย่างเท่าเทียมของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลและชาวมานิ ตลอดจนส่งเสริมและสืบสานอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาของกลุ่มชาติพันธุ์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง รวมทั้งสนับสนุนการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน และสร้างโอกาสในการพัฒนาอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้แก่ชุมชน นอกจากนี้ ผู้แทนกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้ร่วม พบปะและเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนในชุมชนโต๊ะบาหลิว พร้อมรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา การตั้งถิ่นฐาน และวิถีชีวิตของชุมชน รวมทั้ง เยี่ยมชมหลักหมุดเขตพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลชุมชนโต๊ะบาหลิว เพื่อรับทราบสภาพพื้นที่และบริบทการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่ อันเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ และการบูรณาการการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ของชุมชน

28 ก.ย. 256918
ฉบับที่ 1483/2569 คุ้มครองสิทธิฯ ผนึกกำลังพันธมิตรขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนบนเวที Miss International Queen 2026

ฉบับที่ 1483/2569 คุ้มครองสิทธิฯ ผนึกกำลังพันธมิตรขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนบนเวที Miss International Queen 2026

วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2569 ระหว่างเวลา 20.00-23.30 น. ณ โรงละครทิฟฟานี่โชว์ พัทยา จังหวัดชลบุรี กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ โดยกองสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ร่วมกับ บริษัททิฟฟานีโชว์ พัทยา จำกัด และหน่วยงานเจ้าภาพร่วมอื่นๆ เป็นเจ้าภาพจัดงาน The Crowning Finale การประกวด Miss International Queen โดยอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มอบหมายให้ คุณนรีลักษณ์ แพไชยภูมิ ผู้อำนวยการกองสิทธิมนุษยขนระหว่างประเทศ เข้าร่วมกิจกรรมในฐานะผู้แทนกรมฯ เพื่อสื่อสารและแสดงจุดยืนในการสนับสนุนหลักสิทธิมนุษยชน ตลอดจนส่งเสริม ความเสมอภาค ความหลากหลายทางเพศ และการขจัดการเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบ การเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนบทบาทของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน แต่ยังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน Soft Power ของประเทศไทย สู่เวทีโลก ผ่านการนำเสนอภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะสังคมที่ให้คุณค่าแก่ความหลากหลาย เคารพสิทธิและเสรีภาพ และเปิดพื้นที่ให้ทุกคนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีโดยเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ เวทีดังกล่าวในรอบ The Crowning Finale ได้เน้นการถามคำถามที่ดึงมุมมองด้านสิทธิมนุษยชน สะท้อนข้อท้าทายในสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงบทบาทการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาดังกล่าว เพื่อให้เวทีดังกล่าวเป็นเวทีสะท้อนคุณค่าแห่งความเท่าเทียม และการสร้างสรรค์สังคมแห่งการเคารพสิทธิมนุษยชน สมกับเจตนารมณ์ “Empower every voice, Lead with purpose” อย่างแท้จริง สำหรับผู้ได้รับตำแหน่ง Miss International Queen 2026 ในปีนี้ ได้แก่ คุณ Lo Colby จากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีคุณธีรชยา พิมพ์กิติเดช จากประเทศไทย เป็นรองอันดับ 1 และ คุณ Saki Iwai จากประเทศญี่ปุ่น เป็นรองอันดับ 2 ตามลำดับ โดยทั้ง 3 ท่าน จะทำหน้าที่รณรงค์และเป็นกระบอกเสียงเพื่อสร้างสรรค์สังคมแห่งการเคารพสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมต่อไป

28 ก.ย. 256921