ข่าวการช่วยเหลือประชาชน(ศูนย์ยุติธรรมสร้างสุข)

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ กรณี เด็กชายถูกกลุ่มวัยรุ่นใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกาย เป็นเหตุทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 23.50 น. เกิดเหตุเด็กชายถูกกลุ่มวัยรุ่นใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายเป็นเหตุทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดภายในสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร จากการตรวจสอบพบว่า ผู้บาดเจ็บเป็นเด็กชาย อายุ 14 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่บริเวณมือซ้ายเกือบนิ้วขาด ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มวัยรุ่น จำนวนประมาณ 10 คน จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้บาดเจ็บและเพื่อนได้แวะเติมน้ำมันอยู่ ระหว่างนั้นได้มีกลุ่มผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาประชิดผู้บาดเจ็บ และรุมทำร้ายร่างกายโดยใช้อาวุธมีดฟันจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการสอบปากคำพยานบุคคลและตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามจับกุมตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพดำเนินการให้ความช่วยเหลือ ดังนี้ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ โดยเจ้าหน้าที่กองพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพได้ดำเนินการประสานไปยังพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางโพงพาง เพื่อสอบถามข้อมูลทางคดี และได้ขอความอนุเคราะห์พนักงานสอบสวนให้ดำเนินการแจ้งสิทธิตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 ให้แก่ผู้บาดเจ็บได้รับทราบต่อไป จากการวิเคราะห์เบื้องต้น คดีนี้หากผู้บาดเจ็บไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาในฐานะที่ตกเป็นผู้เสียหายในคดีอาญาตามมาตรา 3 ประกอบมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนฯ ประกอบกับกฎกระทรวงการจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2569 กรณีความผิดต่อร่างกาย ดังนี้ (1) ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการรักษาพยาบาล เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 80,000 บาท (2) ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจ ให้จ่ายเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 50,000 บาท (3) ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ในระหว่างที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ตามปกติ จ่ายในอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในท้องที่จังหวัดที่ประกอบการงาน (กรุงเทพมหานคร เป็นจำนวนเงิน 400 บาทต่อวัน) เป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี (4) ค่าตอบแทนความเสียหายอื่นไม่เกิน 100,000 บาท (5) ค่าตอบแทนความพิการทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะ หรือการสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะ ไม่เกิน 300,000 บาท ทั้งนี้ การพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา เป็นดุลพินิจของคณะอนุกรรมการฯ ประจำจังหวัด พิจารณาเป็นสำคัญ

สยจ. อุบลราชธานี ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ กรณี ลูกเขยใช้อาวุธมีดฟันพ่อตาแม่ยายเสียชีวิต
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 เกิดเหตุลูกเขยใช้อาวุธมีดฟันพ่อตาแม่ยายเสียชีวิต เหตุเกิดในบ้านหลังหนึ่ง ตำบลท่าโพธิ์ศรี อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี จากการตรวจสอบพบผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย เป็นชาย อายุ 76 ปี และเป็นหญิงอายุ 77 ปี ซึ่งทั้งสองมีบาดแผลถูกฟันด้วยอาวุธมีดตะขอเข้าที่ลำคอและศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์ ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นชาย อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นลูกเขยของผู้เสียชีวิตและอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ขณะนี้ ผู้ก่อเหตุได้มอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว พร้อมของกลาง คือ มีดขอ ยาวประมาณ 1.3 เมตร จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุได้เข้าไปสอบถามผู้เสียชีวิตทั้งสองถึงสาเหตุการขายกระท่อมนา แต่กลับถูกด่าว่าอย่างรุนแรง ทำให้ผู้ก่อเหตุโมโห จึงใช้อาวุธมีดฟันผู้เสียชีวิตทั้งสอง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา แก่ผู้ก่อเหตุและนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป สำนักงานยุติธรรมจังหวัดอุบลราชธานีดำเนินการให้ความช่วยเหลือ ดังนี้ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดอุบลราชธานี ได้ประสานไปยังพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเดชอุดม เพื่อสอบถามข้อมูลทางคดี และได้ประสานไปยังผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 เพื่อดำเนินการแจ้งสิทธิตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนและค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 ให้แก่ทายาทของผู้เสียชีวิตได้รับทราบแล้ว จากการวิเคราะห์เบื้องต้น หากผู้เสียชีวิตไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมีสิทธิที่จะได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาในฐานะที่ตกเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา ตามมาตรา 3 ประกอบมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนฯ ประกอบกับกฎกระทรวงการจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2569 กรณีความผิดต่อชีวิต ดังนี้ - ค่าตอบแทนกรณีถึงแก่ความตาย โดยให้รวมถึงค่าจัดการศพ ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู หรือค่าเสียหายอื่นแก่ทายาท ให้จ่ายเป็นเงินทั้งสิ้น 300,000 บาท ทั้งนี้ การพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา เป็นดุลพินิจของคณะอนุกรรมการฯ ประจำจังหวัด พิจารณาเป็นสำคัญ

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ กรณี ชาย อายุ 28 ปี เมาสุรา ขับรถยนต์เก๋งชนผู้เสียชีวิต 2 ราย
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. เกิดเหตุชาย อายุ 28 ปี เมาสุรา ขับรถยนต์เก๋งชนผู้เสียชีวิต 2 ราย เหตุเกิดที่บริเวณปากซอยทองหล่อ 1 ถนนสุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร จากการตรวจสอบพบว่า ชาย อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งในขณะเมาสุราได้ขับชนผู้เสียชีวิต 2 ราย โดยผู้เสียชีวิตที่ 1 เป็นหญิง อายุ 22 ปี สัญชาติเยอรมัน และผู้เสียชีวิตที่ 2 เป็นหญิง อายุ 23 ปี สัญชาติไทย เป็นเหตุทำให้เสียชีวิต จากการตรวจสอบพบว่า รถยนต์คันดังกล่าวได้จัดทำประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 (ภาคบังคับ) และบริษัทประกันภัย (ภาคสมัครใจ) ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการแจ้งข้อกล่าวหา ในความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุรา เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 43 (2) ประกอบมาตรา 160 ตรี และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพดำเนินการให้ความช่วยเหลือ ดังนี้ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ โดยเจ้าหน้าที่กองพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพได้ดำเนินการประสานไปยังพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เพื่อสอบถามรายละเอียดทางคดี ได้รับแจ้งว่า ขณะนี้ คดีอยู่ระหว่างการสอบสวน และได้ขอความอนุเคราะห์ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการแจ้งสิทธิและหลักเกณฑ์ในการยื่นคำขอรับค่าตอบแทนตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 ให้แก่ทายาทของผู้เสียชีวิตได้รับทราบต่อไป จากการวิเคราะห์เบื้องต้น หากผู้เสียชีวิตไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมีสิทธิที่จะได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาในฐานะเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา ตามมาตรา 3 ประกอบมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนฯ ประกอบกับกฎกระทรวงการจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2569 กรณีความผิดต่อชีวิต - ค่าตอบแทนกรณีถึงแก่ความตาย โดยให้รวมถึงค่าจัดการศพ ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู หรือค่าเสียหายอื่นแก่ทายาท ให้จ่ายเป็นเงินทั้งสิ้น 100,000 บาท ทั้งนี้ การพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา เป็นดุลพินิจของคณะอนุกรรมการฯ ประจำจังหวัด พิจารณาเป็นสำคัญ

สยจ. สมุทรสาคร ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ กรณี ถังแก๊สแอมโมเนียรั่ว เป็นเหตุชาย อายุ 64 ปี เสียชีวิต
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 02.16 น. เกิดเหตุถังแก๊สแอมโมเนียรั่ว เป็นเหตุชาย อายุ 64 ปี เสียชีวิตเหตุเกิดที่โรงงานแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลมหาชัย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร จากการตรวจสอบ พบผู้หมดสติเป็นชาย อายุ 64 ปี เป็นช่างเครื่องประจำโรงงาน รอบเข้างานเวลากลางคืน เจ้าหน้าที่มูลนิธิได้ปฐมพยาบาล พร้อมนำตัวส่งโรงพยาบาลสมุทรสาคร จากการสอบถามพยานในที่เกิดเหตุเล่าว่า ผู้เสียชีวิตได้ทำการเปลี่ยนถังแก๊สแอมโมเนียที่ใช้สำหรับทำความเย็นของห้องเย็น ซึ่งแก๊สแอมโมเนียกำลังจะหมดถัง แต่ได้เปิดปิดวาล์วผิดพลาด ทำให้แก๊สแอมโมเนียพุ่งออกมา ผู้เสียชีวิตได้พยายามเข้าไปปิดวาล์วด้วยตนเอง จนเป็นเหตุให้หมดสติในที่เกิดเหตุ พยานจึงได้โทรศัพท์เรียกช่างเครื่อง รอบเข้างานเวลากลางวัน ให้มาช่วยปิดวาล์วและช่วยพาร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากจุดเกิดเหตุ และช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น สำนักงานยุติธรรมจังหวัดสมุทรสาครดำเนินการให้ความช่วยเหลือ ดังนี้ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดสมุทรสาครได้ประสานพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร เพื่อขอทราบข้อมูลของผู้เสียชีวิต และสอบถามพฤติการณ์แห่งคดี และขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งสิทธิในการยื่นคำขอรับค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญาแก่ทายาทของผู้เสียชีวิต เพื่อแจ้งสิทธิตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559) ให้ได้รับทราบในเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว จากการวิเคราะห์เบื้องต้น หากผู้เสียชีวิตไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาในฐานะผู้เสียหาย ตามความในมาตรา 3 ประกอบมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนฯ ประกอบกับกฎกระทรวงการจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2569 กรณีความผิดต่อชีวิต ดังนี้ - ค่าตอบแทนกรณีถึงแก่ความตาย โดยให้รวมถึงค่าจัดการศพ ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู หรือค่าเสียหายอื่นแก่ทายาท รวมเป็นเงินไม่เกิน 300,000 บาท ทั้งนี้ การพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา เป็นดุลพินิจของคณะอนุกรรมการฯ ประจำจังหวัด พิจารณาเป็นสำคัญ

สยจ. ปัตตานี ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ กรณี เกิดเหตุคนร้ายลอบยิงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครเสียชีวิต
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 เกิดเหตุคนร้ายลอบยิงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครเสียชีวิต เหตุเกิดในพื้นที่บ้านโคกระกำ หมู่ที่ 8 ตำบลลุโบะยิไร อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี จากการตรวจสอบทราบว่ามีผู้ก่อเหตุไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนลอบยิงชาย อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครที่อยู่ระหว่างการลาพัก โดยก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านเพื่อไปกรีดยางพาราภายในสวน คาดว่ามีผู้ก่อเหตุไม่ทราบจำนวนได้ซุ่มอยู่ในป่า บริเวณใกล้เคียงแล้วใช้อาวุธปืนลอบยิงจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จากนั้นจึงได้หลบหนีเข้าไปในป่า สำนักงานยุติธรรมจังหวัดปัตตานีดำเนินการให้ความช่วยเหลือ ดังนี้ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดปัตตานีได้ประสานไปยังพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรมายอ เพื่อสอบถามข้อมูลคดี และประสานเจ้าหน้าที่เยียวยาประจำศูนย์ปฏิบัติการเยียวยาฯ อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี เพื่อสอบถามแนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายในด้านการเยียวยา และประสานเจ้าหน้าที่ศูนย์ยุติธรรมชุมชนอำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี เพื่อขอความอนุเคราะห์แจ้งสิทธิตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559) ให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิต จากการวิเคราะห์เบื้องต้น หากผู้เสียชีวิตไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด มีสิทธิที่จะได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาในฐานะเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา ตามมาตรา 3 ประกอบมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนฯ ประกอบกับกฎกระทรวงการจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2569 กรณีความผิดต่อชีวิต ดังนี้ - ค่าตอบแทนกรณีถึงแก่ความตาย โดยให้รวมถึงค่าจัดการศพ ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู หรือค่าเสียหายอื่นแก่ทายาท รวมเป็นเงินไม่เกิน 300,000 บาท ทั้งนี้ การพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา เป็นดุลพินิจของคณะอนุกรรมการฯ ประจำจังหวัดพิจารณาเป็นสำคัญ

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ กรณี เกิดเหตุถูกยิงกันบริเวณร้านค้าแห่งหนึ่ง เป็นเหตุทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เกิดเหตุรถยนต์ไฟฟ้าเสียหลัก พุ่งชนศาลเจ้าแม่กวนอิม เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เหตุเกิดบริเวณศาลเจ้าแม่กวนอิมแห่งหนึ่ง แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร จากการตรวจสอบพบกลุ่มผู้บาดเจ็บ จำนวน 3 ราย โดยเป็นชาย จำนวน 1 ราย และเป็นหญิง จำนวน 2 ราย ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นชาย ซึ่งเป็นคนขับรถเก๋งไฟฟ้า รุ่น BYD จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุได้เปลี่ยนเกียร์รถยนต์ผิดจังหวะ ทำให้รถยนต์เสียหลักและพุ่งชนกลุ่มผู้บาดเจ็บ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพดำเนินการให้ความช่วยเหลือ ดังนี้ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ โดยเจ้าหน้าที่กองพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพได้ดำเนินการประสานไปยังพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 2 เพื่อสอบถามข้อมูลทางคดี โดยได้รับแจ้งว่ายังไม่สะดวกให้พฤติการณ์ทางคดีและข้อมูลผู้บาดเจ็บ เนื่องจากคดีอยู่ระหว่างการสอบสวนและตรวจสอบพยานหลักฐาน อีกทั้งได้ขอความอนุเคราะห์พนักงานสอบสวนให้ดำเนินการแจ้งสิทธิตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 ให้แก่กลุ่มผู้บาดเจ็บได้รับทราบต่อไป และผู้ประสบภัยจากรถจะได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 จากการวิเคราะห์เบื้องต้น คดีนี้หากผู้บาดเจ็บไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาในฐานะที่ตกเป็นผู้เสียหายในคดีอาญาตามมาตรา 3 ประกอบมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนฯ ประกอบกับกฎกระทรวงการจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2569 กรณีความผิดต่อร่างกาย ดังนี้ (1) ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการรักษาพยาบาล เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 80,000 บาท (2) ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจ ให้จ่ายเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 50,000 บาท (3) ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ในระหว่างที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ตามปกติ จ่ายในอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในท้องที่จังหวัดที่ประกอบการงาน (กรุงเทพมหานคร เป็นจำนวนเงิน 400 บาทต่อวัน) เป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี (4) ค่าตอบแทนความเสียหายอื่นไม่เกิน 100,000 บาท (5) ค่าตอบแทนความพิการทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะ หรือการสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะ ไม่เกิน 300,000 บาท ทั้งนี้ การพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา เป็นดุลพินิจของคณะอนุกรรมการฯ ประจำจังหวัด พิจารณาเป็นสำคัญ

สยจ. ลำปาง ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ กรณี เกิดเหตุถูกยิงกันบริเวณร้านค้าแห่งหนึ่ง เป็นเหตุทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
จากกรณีข่าวเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เกิดเหตุถูกยิงกันบริเวณร้านค้าแห่งหนึ่ง เป็นเหตุทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณร้านค้าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นอดีตพนักงานร้านค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดลำปาง เคยถูกผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นหัวหน้างานพาไปตรวจหาสารเสพติด เนื่องจากมีพฤติกรรมต้องสงสัย ซึ่งผลตรวจออกมาว่ามีการใช้ยาเสพติดจริง จนเป็นเหตุให้ถูกให้ออกจากงาน ทำให้เกิดความแค้นและมาก่อเหตุในครั้งนี้ โดยใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 นัด แล้วรีบขี่รถหลบหนีไป โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง ได้จับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว และอยู่ระหว่างการสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป สำนักงานยุติธรรมจังหวัดลำปางดำเนินการให้ความช่วยเหลือ ดังนี้ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดลำปางได้ประสานไปยังพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง เพื่อสอบถามพฤติการณ์แห่งคดี และเจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดลำปางได้ลงพื้นที่พบผู้บาดเจ็บ เพื่อให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายและแจ้งสิทธิการยื่น คำขอรับค่าตอบแทนผู้เสียหาย ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559) ให้ได้รับทราบแล้ว จากการวิเคราะห์เบื้องต้น หากผู้บาดเจ็บไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด มีสิทธิที่จะได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาในฐานะเป็นผู้เสียหายในคดีอาญาตามมาตรา 3 ประกอบมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนฯ ประกอบกับกฎกระทรวงการจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2569 กรณีความผิดต่อร่างกาย ดังนี้ (1) ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการรักษาพยาบาล เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 80,000 บาท (2) ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจ ให้จ่ายเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 50,000 บาท (3) ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ฯ ในระหว่างที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ตามปกติ จ่ายในอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในท้องที่จังหวัดที่ประกอบการงาน (จังหวัดลำปาง เป็นจำนวนเงิน 347 บาท/วัน) เป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี (4) ค่าตอบแทนความเสียหายอื่น ไม่เกิน 100,000 บาท (5) ค่าตอบแทนความพิการทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะ หรือการสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะ ไม่เกิน 300,000 บาท ทั้งนี้ การพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา เป็นดุลพินิจของคณะอนุกรรมการฯ ประจำจังหวัด พิจารณาเป็นสำคัญ

สยจ. พังงา ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ กรณี ชายอายุ 48 ปี ถูกคนร้ายใช้สายสลิงรัดคอได้รับบาดเจ็บ
เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 เกิดเหตุชายอายุ 48 ปี ถูกคนร้ายใช้สายสลิงรัดคอได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลคุระ อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา จากการตรวจสอบพบว่า ผู้บาดเจ็บเป็นชายอายุ 48 ปี โดยวันเกิดเหตุผู้บาดเจ็บกลับจากไปส่งหลานที่โรงเรียน เมื่อเดินเข้าบ้านได้ยินเสียงสุนัขเห่าจึงเดินไปดูบริเวณห้องครัว ก่อนพบผู้ก่อเหตุอยู่ภายในบ้าน และถูกผู้ก่อเหตุใช้สายสลิงรัดคอทันที โดยผู้บาดเจ็บพยายามใช้มือดึงสายสลิงออกจนเกิดการต่อสู้กันอย่างชุลมุน จนผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บบริเวณนิ้วมือก่อนจะยอมปล่อยสายสลิง จากนั้นผู้บาดเจ็บได้ล้มลงกับพื้นและถูกผู้ก่อเหตุใช้เท้าซึ่งสวมรองเท้าคล้ายรองเท้าคอมแบทเตะและกระทืบบริเวณใบหน้าซ้ำ ก่อนหลบหนีออกทางหน้าต่างด้านหลังบ้านซึ่งเป็นพื้นที่สวนและป่ารกทึบ เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรคุระบุรี ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบปากคำผู้บาดเจ็บ พยาน และผู้เกี่ยวข้อง พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป สำนักงานยุติธรรมจังหวัดพังงาดำเนินการให้ความช่วยเหลือ ดังนี้ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดพังงาได้ประสานพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรคุระบุรี เพื่อสอบถามข้อมูลคดี และประสานผู้บาดเจ็บแจ้งสิทธิตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559) จากการวิเคราะห์เบื้องต้น หากผู้บาดเจ็บไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด มีสิทธิที่จะได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาในฐานะเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา ตามมาตรา 3 ประกอบมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนฯ ประกอบกับกฎกระทรวงการจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2569 กรณีความผิดต่อร่างกาย ดังนี้ (1) ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการรักษาพยาบาล เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 80,000 บาท (2) ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจ ให้จ่ายเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 50,000 บาท (3) ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ในระหว่างที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ตามปกติ จ่ายในอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในท้องที่จังหวัดที่ประกอบการงาน (จังหวัดพังงาเป็นจำนวนเงิน 352 บาท) เป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี (4) ค่าตอบแทนความเสียหายอื่นไม่เกิน 100,000 บาท (5) ค่าตอบแทนความพิการทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะ หรือการสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะ ไม่เกิน 300,000 บาท ทั้งนี้ การพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา เป็นดุลพินิจของคณะอนุกรรมการฯ ประจำจังหวัดพิจารณาเป็นสำคัญ

สยจ. สุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ กรณี ผู้ใหญ่บ้านใช้อาวุธปืนยิงแฟนสาว ก่อนยิงตนเองตามเสียชีวิต
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 14.20 น. เกิดเหตุผู้ใหญ่บ้านใช้อาวุธปืนยิงแฟนสาว ก่อนยิงตนเองตามเสียชีวิต เหตุเกิดในพื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลเขาวง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากการตรวจสอบพบว่า ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงอายุ 36 ปี โดยวันเกิดเหตุผู้เสียชีวิตพักอาศัยอยู่ภายในบ้าน ต่อมาผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านและเป็นแฟนของผู้เสียชีวิตได้เดินเข้าไปทางประตูหลังบ้านที่เกิดเหตุ ต่อมาเมื่อผู้ก่อเหตุเห็นมารดาของผู้เสียชีวิตจึงได้พูดห้ามว่าอย่าเข้ามายุ่ง จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิตบริเวณลำตัว จำนวน 2 นัด จากนั้นผู้ก่อเหตุได้เข้าไปในห้องนอนแล้วใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันยิงที่บริเวณศีรษะของตนเอง จำนวน 1 นัด สำนักงานยุติธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานีดำเนินการให้ความช่วยเหลือ ดังนี้ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ประสานพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบ้านตาขุน เพื่อสอบถามข้อมูลคดี และประสานเครือข่ายยุติธรรมชุมชนเพื่อลงพื้นที่พบทายาทผู้เสียชีวิตเพื่อแจ้งสิทธิตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559) จากการวิเคราะห์เบื้องต้น หากผู้เสียชีวิตไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาในฐานะผู้เสียหาย ตามความในมาตรา 3 ประกอบมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนฯ ประกอบกับกฎกระทรวงการจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2569 กรณีความผิดต่อชีวิต ดังนี้ - ค่าตอบแทนกรณีถึงแก่ความตาย โดยให้รวมถึงค่าจัดการศพ ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู หรือค่าเสียหายอื่นแก่ทายาท รวมเป็นเงินไม่เกิน 300,000 บาท ทั้งนี้ การพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา เป็นดุลพินิจของคณะอนุกรรมการฯ ประจำจังหวัด พิจารณาเป็นสำคัญ

สยจ. นครปฐม ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ กรณี ชาย อายุ 68 ปี ใช้อาวุธปืนยิงเพื่อนของอดีตภรรยาจนเสียชีวิต ก่อนใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันจบชีวิตตนเอง
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 เกิดเหตุชาย อายุ 68 ปี ใช้อาวุธปืนยิงเพื่อนของอดีตภรรยาจนเสียชีวิต ก่อนใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันจบชีวิตตนเอง เหตุเกิดบริเวณศาลเจ้าในตลาดแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง อายุ 63 ปี มีบาดแผลถูกยิงบริเวณชายโครงด้านขวา 1 นัด และศีรษะ 1 นัด ใกล้กันพบร่างผู้ก่อเหตุเป็นชาย อายุ 68 ปี มีบาดแผลถูกยิงบริเวณศีรษะ 1 นัด และพบอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ปลอกกระสุน 3 นัด และกระสุนปืนที่ยังไม่ได้ยิง 3 นัด บริเวณข้างศาลเจ้าที่เกิดเหตุยังพบรถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นรถของผู้ก่อเหตุ ตรวจสอบใต้เบาะรถพบซองอาวุธปืนสีน้ำตาล 1 ซอง เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบประกอบคดี พยานในที่เกิดเหตุให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตนั่งพูดคุยอยู่กับตน และเพื่อนอีก 1 คน ภายในบริเวณศาลเจ้า ขณะนั้นผู้ก่อเหตุเดินผ่านมา ผู้เสียชีวิตจึงพูดว่า “มาทำไมทุกวัน คนแถวนี้เบื่อหน้า กลับไปเลย” จึงมีการโต้เถียงกัน จากนั้นผู้ก่อเหตุได้นั่งรถโดยสารกลับบ้าน ต่อมาผู้ก่อเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์กลับเข้ามาอีกครั้ง โดยถืออาวุธปืนเข้ามาและมีสีหน้าเคร่งเครียด พยานจึงเตือนผู้เสียชีวิตว่าอย่าพูดอะไร เนื่องจากเกรงว่าสถานการณ์จะบานปลาย จากนั้นผู้ก่อเหตุได้พูดกับผู้เสียชีวิตว่า “มึงดูถูกกูนักใช่มั้ย” ก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้เสียชีวิต จนเป็นเหตุทำให้เสียชีวิต สำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครปฐมดำเนินการให้ความช่วยเหลือ ดังนี้ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครปฐมได้ประสานไปยังพบพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรโพธิ์แก้ว เพื่อประสานข้อมูลทางคดี และเจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครปฐมได้ไปยังทายาทของผู้เสียชีวิต เพื่อแจ้งสิทธิตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559) ให้ได้รับทราบแล้ว จากการวิเคราะห์เบื้องต้น หากผู้เสียชีวิตไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด มีสิทธิที่จะได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาในฐานะเป็นผู้เสียหายในคดีอาญาตามมาตรา 3 ประกอบมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนฯ ประกอบกับกฎกระทรวงการจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2569 กรณีความผิดต่อชีวิต - ค่าตอบแทนกรณีถึงแก่ความตาย โดยให้รวมถึงค่าจัดการศพ ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู หรือค่าเสียหายอื่นแก่ทายาท รวมเป็นเงินไม่เกิน 300,000 บาท ทั้งนี้ การพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา เป็นดุลพินิจของคณะอนุกรรมการฯ ประจำจังหวัด พิจารณาเป็นสำคัญ

สยจ. อุบลราชธานี ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ กรณี ชาย อายุ 31 ปี ใช้อาวุธปืนยิงชาย อายุ 35 ปี เสียชีวิต
เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 เกิดเหตุชาย อายุ 31 ปี ใช้อาวุธปืนยิงชาย อายุ 35 ปี เสียชีวิต เหตุเกิดภายในบ้านหลังหนึ่ง ตำบลหนองไข่นก อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี จากการตรวจสอบพบว่า ผู้เสียชีวิตเป็นชาย อายุ 35 ปี อยู่ในลักษณะนอนหงาย ไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขายาวสีดำ และมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน ขนาด .22 เข้าที่ศีรษะด้านขวา จำนวน 1 นัด ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นชาย อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นน้องชายของผู้เสียชีวิต จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตได้แอบไปเอาแม่วัวของผู้ก่อเหตุไปซ่อน เพื่อเรียกเงินค่าไถ่ แต่ผู้ก่อเหตุได้ออกตามหาแม่วัวจนเจอ จึงพาแม่วัวและลูกวัวกลับเข้าคอก ซึ่งระหว่างนั้นผู้เสียชีวิตได้มาขวางผู้ก่อเหตุไว้ จากนั้นพยายามจะทำร้ายร่างกาย ผู้ก่อเหตุจึงวิ่งไปเอาอาวุธปืนปากกาออกมายิงขู่ แต่ปืนลั่นเข้าที่ศีรษะของผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาล และดำเนินการแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา และ พรบ.อาวุธปืน แก่ผู้ก่อเหตุ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป สำนักงานยุติธรรมจังหวัดอุบลราชธานีดำเนินการให้ความช่วยเหลือ ดังนี้ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดอุบลราชธานี ได้ดำเนินการประสานงานไปยังพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรม่วงสามสิบ เพื่อสอบถามรายละเอียดทางคดี และประสานไปยังผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6เพื่อดำเนินการแจ้งสิทธิตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนและค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 ให้แก่มารดาของผู้เสียชีวิตได้รับทราบแล้ว จากการวิเคราะห์เบื้องต้น คดีนี้หากผู้เสียชีวิตไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาในฐานะที่ตกเป็นผู้เสียหายในคดีอาญาตามมาตรา 3 ประกอบมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนฯประกอบกับกฎกระทรวงการจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2569 กรณีความผิดต่อชีวิต ดังนี้ - ค่าตอบแทนกรณีถึงแก่ความตาย โดยให้รวมถึงค่าจัดการศพ ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู หรือค่าเสียหายอื่นแก่ทายาท รวมเป็นเงินไม่เกิน 300,000 บาท ทั้งนี้ การพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา เป็นดุลพินิจของคณะอนุกรรมการฯ ประจำจังหวัด พิจารณาเป็นสำคัญ

สยจ. แพร่ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ กรณี ชาย อายุ 58 ปี ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง เป็นเหตุทำให้เสียชีวิต เหตุจากเรื่องชู้สาว
เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 เกิดเหตุชาย อายุ 58 ปี ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง เป็นเหตุทำให้เสียชีวิต เหตุจากเรื่องชู้สาว เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลห้วยไร่ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย อายุ 58 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. ตามร่างกายหลายแห่ง เป็นเหตุทำให้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์ร่วมตรวจชันสูตร พร้อมเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุไว้ประกอบการสอบสวน จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตเดินทางมาหาหญิงสาวรายหนึ่งซึ่งมีความสนิทสนมกัน โดยหญิงสาวมีครอบครัวอยู่แล้ว ทำให้เกิดความขัดแย้งกับสามีของหญิงสาวและนำไปสู่เหตุยิงกัน โดยบุตรสาวผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้ผู้เสียชีวิตชอบพอกับหญิงสาวรายดังกล่าว และอยู่ระหว่างเตรียมแยกทางกับมารดาของตน โดยฝ่ายหญิงเองก็มีปัญหากับสามีและอยู่ระหว่างขอเลิกราเช่นกัน ปัญหาจึงเกิดจากความหึงหวงและความขัดแย้ง สำนักงานยุติธรรมจังหวัดแพร่ดำเนินการให้ความช่วยเหลือ ดังนี้ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดแพร่ได้ประสานไปยังพบพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรห้วยไร่ เพื่อประสานข้อมูลทางคดี และขอความอนุเคราะห์พนักงานสอบสวนในการแจ้งสิทธิขอรับค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญาแก่ทายาทผู้เสียชีวิต และเจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดแพร่ได้ลงพื้นที่พบกับทายาทของผู้เสียชีวิต เพื่อแจ้งสิทธิตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559) ให้ได้รับทราบแล้ว จากการวิเคราะห์เบื้องต้น หากผู้เสียชีวิตไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด มีสิทธิที่จะได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาในฐานะเป็นผู้เสียหายในคดีอาญาตามมาตรา 3 ประกอบมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนฯ ประกอบกับกฎกระทรวงการจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2569 กรณีความผิดต่อชีวิต - ค่าตอบแทนกรณีถึงแก่ความตาย โดยให้รวมถึงค่าจัดการศพ ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู หรือค่าเสียหายอื่นแก่ทายาท รวมเป็นเงินไม่เกิน 300,000 บาท ทั้งนี้ การพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา เป็นดุลพินิจของคณะอนุกรรมการฯ ประจำจังหวัด พิจารณาเป็นสำคัญ

สยจ. สุพรรณบุรี ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ กรณี พบร่างผู้เสียชีวิตถูกยิงด้วยอาวุธปืน จำนวน 3 ราย
เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 19.30 น. เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตถูกยิงด้วยอาวุธปืน จำนวน 3 รายเหตุเกิดภายในบ้านพักหลังหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลหนองผักนาก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ภายในบ้านพบผู้เสียชีวิต จำนวน 3 ราย รายที่ 1 เป็นเด็กชาย อายุ 6 ปี รายที่ 2 ภายในห้องน้ำเป็นหญิง อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นแม่ของเด็กชายดังกล่าว มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ศีรษะ และรายที่ 3 เป็นชาย อายุ 42 ปี ถูกยิงเข้าที่ศีรษะอยู่ภายในบ้าน จากการสอบถามหลานของผู้เสียชีวิต เล่าว่า บ้านตนอยู่หลังบ้านที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียงดังปังๆ จำนวน 3-4 ครั้ง ตนคิดว่าคนเอาค้อนมาตีกับไม้เลยไม่ได้เอะใจ จากนั้นออกไปข้างนอกเมื่อกลับมาเห็นวัวไม่มีหญ้ากิน เลยเอาหญ้าไปให้วัว แล้วได้บอกให้ลูกสาวลองเปิดประตูเข้าไปดูว่ามีคนอยู่บ้านหรือเปล่า พอเปิดประตูเข้าไปก็พบร่างผู้เสียชีวิต ต่อมาตนได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนภรรยาของชายที่เสียชีวิต เล่าว่า ตนไม่ทราบว่าทำไมสามีถึงมาอยู่ที่เกิดเหตุ และมาถูกยิงเสียชีวิตที่บ้านหลังนี้ ก่อนเกิดเหตุสามีหายออกจากบ้านไปครั้งละประมาณ 3-4 วัน จนกระทั่งมีคนไปบอกจึงรีบมาดู สำนักงานยุติธรรมจังหวัดสุพรรณบุรีดำเนินการให้ความช่วยเหลือ ดังนี้ เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดสุพรรณบุรีได้ประสานพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรสามชุก เพื่อขอทราบข้อมูลของผู้เสียชีวิต และสอบถามพฤติการณ์แห่งคดี และขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งสิทธิในการยื่นคำขอรับค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญาแก่ทายาทของผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งประสานไปยังมารดาของผู้เสียชีวิต เพื่อแจ้งสิทธิตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559) ให้ได้รับทราบในเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว จากการวิเคราะห์เบื้องต้น หากผู้เสียชีวิตไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาในฐานะผู้เสียหาย ตามความในมาตรา 3 ประกอบมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนฯ ประกอบกับกฎกระทรวงการจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2569 กรณีความผิดต่อชีวิต ดังนี้ - ค่าตอบแทนกรณีถึงแก่ความตาย โดยให้รวมถึงค่าจัดการศพ ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู หรือค่าเสียหายอื่นแก่ทายาท รวมเป็นเงินไม่เกิน 300,000 บาท ทั้งนี้ การพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา เป็นดุลพินิจของคณะอนุกรรมการฯ ประจำจังหวัด พิจารณาเป็นสำคัญ

สยจ. พัทลุง ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ กรณี กลุ่มวัยรุ่นใช้อาวุธปืนยิงกัน เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 01.30 น. เกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นใช้อาวุธปืนยิงกัน เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เหตุเกิดบริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่หมู่ 7 ตำบลท่าแค อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บ 2 ราย รายแรกเป็นชาย อายุ 20 ปี ถูกยิงเข้าที่แขนซ้าย และรายที่สองเป็นเด็กชายอายุ 15 ปี ถูกยิงเข้าที่แผ่นหลังจนบวมนูน แต่โชคดีที่กระสุนไม่ทะลุเข้าร่างกาย จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า กลุ่มผู้บาดเจ็บขับขี่รถจักรยานยนต์มากันรวม 4-5 คัน เพื่อจะกลับบ้านที่อำเภอบางแก้ว และได้จอดรถเติมน้ำมัน ขณะกำลังจะขับขี่รถจักรยานยนต์ออกมาก็โดนคู่อริใช้อาวุธปืนไล่ยิงใส่ทันที ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ซึ่งสามารถบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้อย่างชัดเจน และได้ทราบตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีต่อไป สำนักงานยุติธรรมจังหวัดพัทลุงดำเนินการให้ความช่วยเหลือ ดังนี้ เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดพัทลุงได้ประสานไปยังพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทลุง เพื่อขอทราบข้อมูลของผู้บาดเจ็บ สอบถามพฤติการณ์แห่งคดี และขอความอนุเคราะห์เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งสิทธิตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559) ให้แก่ผู้บาดเจ็บทราบต่อไป จากการวิเคราะห์เบื้องต้น หากผู้บาดเจ็บไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาในฐานะผู้เสียหาย ตามความในมาตรา 3 ประกอบมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนฯ ประกอบกับกฎกระทรวงการจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2569 กรณีความผิดต่อร่างกาย ดังนี้ (1) ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการรักษาพยาบาล เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 80,000 บาท (2) ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจ ให้จ่ายเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 50,000 บาท (3) ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ในระหว่างที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ตามปกติ จ่ายในอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในท้องที่จังหวัดที่ประกอบการงาน(จังหวัดพัทลุงเป็นจำนวนเงิน 348 บาท) เป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี (4) ค่าตอบแทนความเสียหายอื่นไม่เกิน 100,000 บาท (5) ค่าตอบแทนความพิการทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะ หรือการสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะ ไม่เกิน 300,000 บาท ทั้งนี้ การพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา เป็นดุลพินิจของคณะอนุกรรมการฯ ประจำจังหวัด พิจารณาเป็นสำคัญ

สยจ. นราธิวาส ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ กรณี คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงอาสาสมัครทหารพรานเสียชีวิต
เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 18.30 น. เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงอาสาสมัครทหารพรานเสียชีวิตขณะออกปฏิบัติภารกิจ เหตุเกิดในพื้นที่บ้านกูจิงรือปะ หมู่ 4 ตำบลเฉลิม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส จากการตรวจสอบพบว่า ผู้เสียชีวิตเป็นอาสาสมัครทหารพราน สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4515 โดยวันเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้ออกปฏิบัติภารกิจ ขณะตั้งฐานลาดตระเวนผู้เสียชีวิตถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่ เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง พร้อมติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความช่วยเหลือและดูแลด้านสิทธิและสวัสดิการแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างเหมาะสม พร้อมประสานการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป สำนักงานยุติธรรมจังหวัดนราธิวาสดำเนินการให้ความช่วยเหลือ ดังนี้ เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดนราธิวาสและเจ้าหน้าที่ศูนย์ยุติธรรมชุมชนในพื้นที่อำเภอระแงะได้ลงพื้นที่พบพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรระแงะ เพื่อสอบถามข้อมูลคดี และขอความอนุเคราะห์พนักงานสอบสวนแจ้งสิทธิตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559) ให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิตทราบ ทั้งนี้ ได้ประสานเจ้าหน้าที่เยียวยาประจำศูนย์ปฏิบัติการเยียวยาฯ อำเภอระแงะ เพื่อสอบถามการให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การเยียวยาในกรณีดังกล่าว จากการวิเคราะห์เบื้องต้น หากผู้เสียชีวิตไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาในฐานะผู้เสียหาย ตามความในมาตรา 3 ประกอบมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนฯ ประกอบกับกฎกระทรวงการจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2569 กรณีความผิดต่อชีวิต ดังนี้ - ค่าตอบแทนกรณีถึงแก่ความตาย โดยให้รวมถึงค่าจัดการศพ ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู หรือค่าเสียหายอื่นแก่ทายาท รวมเป็นเงินไม่เกิน 300,000 บาท ทั้งนี้ การพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา เป็นดุลพินิจของคณะอนุกรรมการฯ ประจำจังหวัด พิจารณาเป็นสำคัญ