สยจ. นครปฐม ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ กรณี ชาย อายุ 68 ปี ใช้อาวุธปืนยิงเพื่อนของอดีตภรรยาจนเสียชีวิต ก่อนใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันจบชีวิตตนเอง
สยจ. นครปฐม ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ กรณี ชาย อายุ 68 ปี ใช้อาวุธปืนยิงเพื่อนของอดีตภรรยาจนเสียชีวิต ก่อนใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันจบชีวิตตนเอง
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 เกิดเหตุชาย อายุ 68 ปี ใช้อาวุธปืนยิงเพื่อนของอดีตภรรยาจนเสียชีวิต ก่อนใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันจบชีวิตตนเอง เหตุเกิดบริเวณศาลเจ้าในตลาดแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง อายุ 63 ปี มีบาดแผลถูกยิงบริเวณชายโครงด้านขวา 1 นัด และศีรษะ 1 นัด ใกล้กันพบร่างผู้ก่อเหตุเป็นชาย อายุ 68 ปี มีบาดแผลถูกยิงบริเวณศีรษะ 1 นัด และพบอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ปลอกกระสุน 3 นัด และกระสุนปืนที่ยังไม่ได้ยิง 3 นัด บริเวณข้างศาลเจ้าที่เกิดเหตุยังพบรถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นรถของผู้ก่อเหตุ ตรวจสอบใต้เบาะรถพบซองอาวุธปืนสีน้ำตาล 1 ซอง เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบประกอบคดี พยานในที่เกิดเหตุให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตนั่งพูดคุยอยู่กับตน และเพื่อนอีก 1 คน ภายในบริเวณศาลเจ้า ขณะนั้นผู้ก่อเหตุเดินผ่านมา ผู้เสียชีวิตจึงพูดว่า “มาทำไมทุกวัน คนแถวนี้เบื่อหน้า กลับไปเลย” จึงมีการโต้เถียงกัน จากนั้นผู้ก่อเหตุได้นั่งรถโดยสารกลับบ้าน ต่อมาผู้ก่อเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์กลับเข้ามาอีกครั้ง โดยถืออาวุธปืนเข้ามาและมีสีหน้าเคร่งเครียด พยานจึงเตือนผู้เสียชีวิตว่าอย่าพูดอะไร เนื่องจากเกรงว่าสถานการณ์จะบานปลาย จากนั้นผู้ก่อเหตุได้พูดกับผู้เสียชีวิตว่า “มึงดูถูกกูนักใช่มั้ย” ก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้เสียชีวิต จนเป็นเหตุทำให้เสียชีวิต
สำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครปฐมดำเนินการให้ความช่วยเหลือ ดังนี้
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครปฐมได้ประสานไปยังพบพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรโพธิ์แก้ว เพื่อประสานข้อมูลทางคดี และเจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครปฐมได้ไปยังทายาทของผู้เสียชีวิต เพื่อแจ้งสิทธิตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559) ให้ได้รับทราบแล้ว
จากการวิเคราะห์เบื้องต้น หากผู้เสียชีวิตไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด มีสิทธิที่จะได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาในฐานะเป็นผู้เสียหายในคดีอาญาตามมาตรา 3 ประกอบมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนฯ ประกอบกับกฎกระทรวงการจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2569
กรณีความผิดต่อชีวิต
- ค่าตอบแทนกรณีถึงแก่ความตาย โดยให้รวมถึงค่าจัดการศพ ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู หรือค่าเสียหายอื่นแก่ทายาท รวมเป็นเงินไม่เกิน 300,000 บาท
ทั้งนี้ การพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา เป็นดุลพินิจของคณะอนุกรรมการฯ ประจำจังหวัด พิจารณาเป็นสำคัญ