ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

“คนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ต้องไม่มีที่ยืน ที่ยืนเดียวที่มีคือในคุก” “ปลัดยุติธรรม” เปิดฉากเด็ดหัวเครือข่ายยาข้ามชาติ “ภาคีพิฆาต” เดินหน้าตัดวงจรยาเสพติด

“คนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ต้องไม่มีที่ยืน ที่ยืนเดียวที่มีคือในคุก” “ปลัดยุติธรรม” เปิดฉากเด็ดหัวเครือข่ายยาข้ามชาติ “ภาคีพิฆาต” เดินหน้าตัดวงจรยาเสพติด

1 ต.ค. 256946

 

ในวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น. นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยพันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. นายราชัน มีน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับกองทัพเรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก และฝ่ายปกครอง ร่วมกันแถลงข่าวเปิดปฏิบัติการ “ภาคีพิฆาตตัดวงจรยาเสพติดข้ามชาติ” ณ ท่าเรือจังหวัดระนอง

สืบเนื่องจากนโยบายและข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และพลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้หน่วยงานด้านความมั่นคงเร่งรัดขับเคลื่อนการปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระเร่งด่วน และบูรณาการทำงานร่วมกันเพื่อสืบสวนขยายผลและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด ต่อเนื่อง และให้เกิดผลการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม นั้น

โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ กองคดียาเสพติด ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ส. และกองทัพเรือ จับกุม ยาไอซ์ จำนวน 2.4 ตัน มูลค่าการส่งออกประมาณ 3000 ล้านบาท พร้อมผู้ต้องหา 8 ราย ต่อมาได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเป็นคดีพิเศษที่ 108/2568 พบว่ามีการกระทำความผิดเข้าข่ายลักษณะเป็นเครือข่ายองค์กรอาชญากรรม เมื่อวันที่ 30 กันยายน - 1 ตุลาคม 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ส. กองทัพเรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก และฝ่ายปกครอง ร่วมกันตรวจค้นสถานที่เป้าหมาย 5 จุดในพื้นที่จังหวัดระนอง สามารถตรวจยึดและอายัดทรัพย์สิน ได้แก่ เรือประมง จำนวนกว่า 50 ลำ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ จำนวน 30 คัน บัญชีธนาคารกว่า 50 บัญชี รวมมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 77 ล้านบาท พร้อมปูพรมดำเนินการตามข้อร้องเรียน 1386 ในพื้นที่จังหวัดระนอง เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่

การดำเนินการครั้งนี้ เป็นการดำเนินการต่อเป้าหมายยาเสพติดรายสำคัญ และยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังบูรณาการขยายผล ออกหมายจับ ยึดทรัพย์ กลุ่มขบวนการระดับสั่งการและนายทุนทั้งหมดตามนโยบาย “กัดไม่ปล่อย ยึดทรัพย์ ทำลายวงจร” ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษพร้อมยกระดับการแลกเปลี่ยนข่าวกรองทางทะเล และความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่างประเทศ เพื่อปิดช่องทางการขนส่งและทำลายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องและเพื่อให้สามารถติดตามดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายเบื้องหลังขบวนการขนยาเสพติดระหว่างประเทศได้อย่างถึงที่สุด

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ร่วมพัฒนาการนำเสนอข้อมูลข่าวสารของกระทรวงยุติธรรม

ความคิดเห็นของท่านมีส่วนสำคัญในการพัฒนารูปแบบและช่องทางการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ท่านคิดว่าข้อมูลข่าวสารนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด
ท่านมีความเข้าใจในข้อมูลข่าวนี้มากน้อยเพียงใด
ท่านพึงพอใจในรูปแบบการนำเสนอข้อมูลข่าวสารมากน้อยเพียงใด