ศูนย์สื่อ-มัลติมีเดีย

กฎหมายน่ารู้ เตือนภัย! ระวังลิงก์ปลอม “เงินเยียวยาน้ำท่วม”
🚨 กฎหมายน่ารู้ เตือนภัย! ระวังลิงก์ปลอม “เงินเยียวยาน้ำท่วม”🌊😈มิจฉาชีพอาจแอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐ ส่งลิงก์ให้กดเพื่อรับเงินเยียวยา❌ อย่ากดลิงก์แปลก ๆ❌ อย่ากรอกข้อมูลส่วนตัว❌ อย่าโอนเงินเพื่อรับสิทธิ✅ ตรวจสอบข้อมูลผ่าน ช่องทางราชการเท่านั้น📱 แอป “ทางรัฐ” หรือ 🏢 หน่วยงานในพื้นที่หากสงสัยหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม☎️ สายด่วนยุติธรรม โทร 1111 กด 77 ปรึกษากฎหมายฟรี 24 ชั่วโมง🔴 “ไม่กด ไม่กรอก ไม่โอน ตรวจสอบก่อนทุกครั้ง"

กฎหมายน่ารู้ ตอน ขับรถโดยประมาท...มีความผิดอะไรบ้าง?
กฎหมายน่ารู้ ตอน ขับรถโดยประมาท...มีความผิดอะไรบ้าง?กรณีรถยนต์พุ่งเข้าไปในสถานที่ที่มีประชาชนอยู่ภายในหากพิสูจน์ได้ว่าเกิดจาก การขับรถโดยประมาท ผู้ขับขี่อาจต้องรับผิดตามระดับความเสียหายที่เกิดขึ้น 🔴 ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวพ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 43(4) ประกอบมาตรา 157 ปัจจุบันระบุ ปรับเป็นพินัย 400–1,000 บาท🔴 ทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ→ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน→ หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท→ หรือทั้งจำทั้งปรับ📌 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390🔴 หากบาดเจ็บสาหัสประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส→ จำคุกไม่เกิน 3 ปี→ หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท→ หรือทั้งจำทั้งปรับ📌 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300⚠️กรณีอาการป่วยฉุกเฉินผู้ขับขี่อ้างว่าเกิดอาการวูบหรือเจ็บป่วยกะทันหัน ไม่ได้หมายความว่าจะพ้นความรับผิดโดยอัตโนมัติต้องพิจารณาข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และสภาพร่างกายในขณะเกิดเหตุเป็นรายกรณี☎️ สายด่วนยุติธรรม โทร 1111 กด 77 ปรึกษากฎหมายฟรี 24 ชั่วโมง

กฎหมายน่ารู้ ตอน ไฟดูดที่ป้ายรถเมล์ ใครต้องรับผิด?
กฎหมายน่ารู้ ตอน ไฟดูดที่ป้ายรถเมล์ ใครต้องรับผิด? หากเกิดจากความประมาทของผู้มีหน้าที่ดูแลระบบไฟฟ้า จนประชาชนได้รับอันตราย อาจมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากได้รับอันตรายสาหัส — มาตรา 300 จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากเสียชีวิต — มาตรา 291 จำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ต้องชดใช้ ค่าสินไหมทดแทน แก่ผู้เสียหายตามความเสียหายที่เกิดขึ้น สายด่วนยุติธรรมโทร 111 กด 77 ฟรี 24 ชั่วโมง

กฎหมายน่ารู้ ตอน ขับรถลุยน้ำป้ายทะเบียนหลุดทำอย่างไร?
กฎหมายน่ารู้ ตอน ขับรถลุยน้ำป้ายทะเบียนหลุดทำอย่างไร? 1. ป้ายหลุดแต่ยังเก็บได้ ให้ติดตั้งกลับให้ถูกต้องก่อนนำรถออกใช้ 2. ป้ายทะเบียนสูญหาย เมื่อป้ายทะเบียนสูญหาย ให้เจ้าของรถยื่นคำขอรับแผ่นป้ายทะเบียนทดแทนต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานขนส่ง 3. อย่าขับรถโดยไม่มีป้ายทะเบียน พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 7 และมาตรา 152 โทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน หรือไม่แสดงป้ายให้ถูกต้อง ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 11 ประกอบมาตรา 60 ปรับไม่เกิน 2,000 บาท สายด่วนยุติธรรมโทร 111 กด 77 ปรึกษาปัญหากฎหมายฟรี 24 ชั่วโมง

กฎหมายสวัสดี ประจำวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569
สวัสดีวันศุกร์ วันนี้กระทรวงยุติธรรมขอนำเสนอ “ยุติธรรมน่ารู้”ขับรถเหยียบน้ำกระเด็นใส่ผู้อื่น โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น อาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000–20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับหากเดือดร้อนหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ติดต่อศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม สำนักงานยุติธรรมจังหวัด หรือศูนย์ยุติธรรมชุมชนใกล้บ้าน โทรสายด่วนยุติธรรม 1111 กด 77 ฟรี 24 ชั่วโมง ดาวน์โหลดภาพสวัสดียุติธรรมและภาพเพิ่มเติมได้ที่https://www.moj.go.th/news/1656

กฎหมายสวัสดี ประจำวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2569
สวัสดีวันพฤหัสบดี วันนี้กระทรวงยุติธรรมขอนำเสนอ “ยุติธรรมน่ารู้”เมื่อเห็นไฟสัญญาณวับวาบหรือได้ยินเสียงไซเรน ต้องให้รถฉุกเฉินผ่านไปก่อนคนเดินเท้า ต้องหยุดและหลบให้ชิดขอบทาง หรือขึ้นไปบนทางเขตปลอดภัยหรือไหล่ทางที่ใกล้ที่สุดผู้ขับขี่ ต้องหยุดหรือจอดรถให้ชิดขอบทางด้านซ้าย และห้ามหยุดหรือจอดรถในทางร่วมทางแยกหากไม่ปฏิบัติตาม มีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท และหากไม่หลบจนเป็นเหตุให้ผู้ป่วยเสียชีวิต อาจเข้าข่ายประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาทหากเดือดร้อนหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ติดต่อศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม สำนักงานยุติธรรมจังหวัด หรือศูนย์ยุติธรรมชุมชนใกล้บ้าน โทรสายด่วนยุติธรรม 1111 กด 77 ฟรี 24 ชั่วโมง ดาวน์โหลดภาพสวัสดียุติธรรมและภาพเพิ่มเติมได้ที่https://www.moj.go.th/news/1656

กฎฎหมายน่ารู้ ตอน ฝนตกหนัก! ขับรถอย่างไรให้ปลอดภัย
1. ชะลอความเร็ว ถนนเปียกลื่น ระยะเบรกเพิ่มขึ้น ควรขับช้าลงและเว้นระยะจากรถคันหน้า 2. เปิดไฟหน้า ช่วยให้มองเห็นทางและให้รถคันอื่นมองเห็นเรา โดยเฉพาะช่วงฝนตกหนักหรือทัศนวิสัยไม่ดี 3. อย่าเบรกหรือเปลี่ยนเลนกะทันหัน ขับให้มั่นคง จับพวงมาลัยให้แน่น และหลีกเลี่ยงการหักหลบอย่างรวดเร็ว 4. เจอน้ำท่วม อย่าฝืนลุย หากไม่ทราบความลึกของน้ำ หรือมองไม่เห็นสภาพถนนด้านหน้า ควรหยุดและหาทางเลี่ยง เพราะอาจมีกระแสน้ำแรง หลุม หรือสิ่งกีดขวางใต้น้ำ หากทรัพย์สินเสียหายจากการที่รถยนต์เหยียบน้ำกระเด็นใส่ คนขับจะเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานทำให้เสียทรัพย์ ตามมาตรา 358 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ จำง่าย ๆ “ฝนหนัก = ชะลอ น้ำท่วม = เลี่ยง น้ำไหลเชี่ยว = หยุด”

กฎหมายน่ารู้ ตอน แต่งไฟรถ…ระวังผิดกฎหมาย!
กฎหมายน่ารู้ ตอน แต่งไฟรถ…ระวังผิดกฎหมาย! ไฟสว่างจ้าเกินไป การดัดแปลงไฟหน้าให้ สว่างจ้าเกินปกติ หรือส่องรบกวนสายตาผู้ใช้รถคันอื่น เป็นการดัดแปลงอุปกรณ์ส่องสว่างไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด โทษ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตาม พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 12 ประกอบมาตรา 60 กรณีใช้รถที่มีอุปกรณ์ส่วนควบไม่ถูกต้องตามที่กำหนด จำง่าย ๆ “ไฟต้องถูกสี ถูกแบบ ไม่สว่างจ้า ไม่กระพริบผิดประเภท” ข้อมูลอ้างอิง: ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่องกำหนดระบบการทำงาน ประสิทธิภาพการทำงาน การติดตั้ง ขนาด หรือจำนวนของอุปกรณ์ส่องสว่างและอุปกรณ์แสงสัญญาณของรถ พ.ศ. 2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สายด่วนยุติธรรม 1111 กด 77 ปรึกษาปัญหากฎหมาย ฟรี 24 ชั่วโมง

กฎหมายน่ารู้ ตอน สร้างข่าวปลอม ระวังผิดกฎหมาย!
กฎหมายน่ารู้ ตอน สร้างข่าวปลอม ระวังผิดกฎหมาย! เผยแพร่ “ข่าวปลอม” เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน หรือสร้างความตื่นตระหนก พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รู้ว่าเป็นข่าวปลอมแล้วแชร์ต่อ ก็อาจมีความผิด ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการก่อนแชร์ สายด่วนยุติธรรม 1111 กด 77 ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ฟรี 24 ชั่วโมง

กฎหมายสวัสดี ประจำวันพุธที่ 23 กันยายน 2569
สวัสดีวันพุธ วันนี้กระทรวงยุติธรรมขอนำเสนอ “ยุติธรรมน่ารู้”ขโมยสายไฟ ฝาเหล็ก หรือน็อตเสาไฟที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ ได้เงินเพียงน้อยนิด แต่อาจสร้างความเสียหายให้คนทั้งชุมชน มีโทษจำคุก 1–5 ปี และปรับ 20,000–100,000 บาทหากลักทรัพย์ในเวลากลางคืน หรือร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป โทษเพิ่มเป็นจำคุก 1–7 ปี และปรับ 20,000–140,000 บาท และอาจต้องชดใช้ค่าเสียหายด้วยหากเดือดร้อนหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม โทรสายด่วนยุติธรรม 1111 กด 77 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมงดาวน์โหลดภาพ “สวัสดียุติธรรม” และภาพเพิ่มเติมได้ที่https://www.moj.go.th/news/1656

กฎหมายสวัสดี ประจำวันอังคารที่ 22 กันยายน 2569
สวัสดีวันอังคาร เริ่มต้นวันใหม่ด้วยรอยยิ้มค่อย ๆ ก้าวไปด้วยหัวใจที่มั่นคงแล้วสิ่งดี ๆ จะค่อย ๆ ผลิบาน วันนี้กระทรวงยุติธรรมขอนำเสนอ “ยุติธรรมน่ารู้”เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ผู้ขับขี่ต้องหยุดรถ ให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ แสดงตัว และแจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ การหลบหนี ไม่แสดงตัว หรือไม่แจ้งเหตุ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับตั้งแต่ 2,000–10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับหากอุบัติเหตุทำให้มีผู้บาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ดังกล่าว มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับตั้งแต่ 5,000–20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับหากเดือดร้อนหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ติดต่อศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม สำนักงานยุติธรรมจังหวัด หรือศูนย์ยุติธรรมชุมชนใกล้บ้าน โทรสายด่วนยุติธรรม 1111 กด 77 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมงดาวน์โหลดภาพ “สวัสดียุติธรรม” และภาพเพิ่มเติมได้ที่https://www.moj.go.th/news/1656

กฎหมายสวัสดี ประจำวันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2569
สวัสดีวันจันทร์ เริ่มต้นวันใหม่ด้วยหัวใจที่เชื่อว่าสิ่งดี ๆ กำลังเดินทางมาและความสุขกำลังเบ่งบานในใจ วันนี้กระทรวงยุติธรรมขอนำเสนอ “ยุติธรรมน่ารู้”ผู้ใดแต่งกายหรือใช้เครื่องหมายที่แสดงว่าเป็นพระภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวชโดยมิชอบ เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนเป็นบุคคลเช่นนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับหากเดือดร้อนหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ติดต่อศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม สำนักงานยุติธรรมจังหวัด หรือศูนย์ยุติธรรมชุมชนใกล้บ้าน โทรสายด่วนยุติธรรม 1111 กด 77 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมงดาวน์โหลดภาพ “สวัสดียุติธรรม” และภาพเพิ่มเติมได้ที่https://www.moj.go.th/news/1656

กระทรวงยุติธรรม เผยแพร่เรื่องราวของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา / ประจำวันที่ 20 กันยายน 2569
กระทรวงยุติธรรม เผยแพร่เรื่องราวของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา“กาแฟสาละวะไล่โว่ สู่เศรษฐกิจชุมชน”สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงห่วงใยความเป็นอยู่ของชุมชนบ้านสาละวะ–บ้านไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นชุมชนกะเหรี่ยงในพื้นที่ห่างไกล จึงมีพระดำริให้ส่งเสริมศักยภาพประชาชนและพัฒนาชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้หนึ่งในแนวทางการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ คือการส่งเสริมการปลูกและพัฒนาผลผลิตกาแฟท้องถิ่น “กาแฟสาละวะไล่โว่” ซึ่งเป็นกาแฟโรบัสต้าที่ปลูกโดยชาวบ้านในชุมชน เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรในพื้นที่ อันเป็นอีกหนึ่งภาพแห่งความทรงจำที่สะท้อนพระเมตตาและพระวิสัยทัศน์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

กระทรวงยุติธรรม เผยแพร่เรื่องราวของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา / ประจำวันที่ 19 กันยายน 2569
กระทรวงยุติธรรม เผยแพร่เรื่องราวของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาต้นไม้ทรงปลูก : ต้นกันเกรา วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม วัดพระอารามหลวงชั้นเอก นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญที่พสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะชาวนครพนม ยังคงจดจำและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาบริเวณด้านทิศเหนือขององค์พระธาตุพนม มีต้นกันเกรา ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดนครพนม ที่ทรงปลูกไว้เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๔๙ เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมพสกนิกรชาวนครพนมและทรงบำเพ็ญกุศล ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารกาลเวลาล่วงเลยมากว่า ๒๐ ปี ต้นกันเกราต้นนี้ยังคงเติบโต งดงาม และเป็นเสมือนเครื่องเตือนใจถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวนครพนม ตลอดจนเป็นต้นไม้แห่งความทรงจำที่ผู้มาเยือนวัดพระธาตุพนมยังคงให้ความสำคัญและร่วมรำลึกถึงพระองค์ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ผู้ประสบภัย และทรงมุ่งมั่นยกระดับกระบวนการยุติธรรมให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนวันนี้ ต้นกันเกราแห่งนี้จึงมิได้เป็นเพียงต้นไม้ธรรมดา หากแต่เป็นต้นไม้แห่งความทรงจำ ที่เชื่อมโยงความผูกพันระหว่างพระองค์กับพสกนิกรชาวนครพนม ทุกครั้งที่พสกนิกรเดินทางมากราบสักการะองค์พระธาตุพนม ต่างร่วมทำบุญและตั้งจิตอธิษฐานถวายเป็นพระราชกุศล พร้อมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ต้นกันเกราที่เติบโตอยู่เคียงองค์พระธาตุพนม จึงยังคงยืนหยัดเป็นภาพแห่งความทรงจำ และเป็นสัญลักษณ์แห่งความผูกพันในหัวใจของพสกนิกรชาวนครพนมสืบไป

กระทรวงยุติธรรม เผยแพร่เรื่องราวของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา / ประจำวันที่ 18 กันยายน 2569
กระทรวงยุติธรรม เผยแพร่เรื่องราวของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา“ต้นไม้ทรงปลูก : ประดู่ป่า”เมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๕๙ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จไปยังสถานีเพาะเลี้ยงนกน้ำบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี และทรงปลูก “ต้นประดู่ป่า” ด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง“ประดู่ป่า” เป็นไม้ยืนต้นที่มีความแข็งแรง ทนทาน แผ่ร่มเงากว้างไกล และเมื่อถึงฤดูกาลจะผลิดอกสีเหลืองอร่ามงดงาม จึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความมั่นคง ความร่มเย็น และความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติต้นประดู่ป่าทรงปลูกต้นนี้ มิได้เป็นเพียงต้นไม้ที่เติบโตอยู่ในพื้นที่สถานีเพาะเลี้ยงนกน้ำบางพระเท่านั้น หากยังเป็นภาพแห่งความทรงจำที่สะท้อนพระเมตตา ความห่วงใยต่อทรัพยากรธรรมชาติ และพระปณิธานในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อันเป็นประโยชน์ต่อสัตว์ป่าและประชาชนอย่างยั่งยืนกาลเวลาผ่านไป ต้นประดู่ป่าทรงปลูกยังคงหยั่งราก เติบโต และแผ่ร่มเงา เปรียบเสมือนน้ำพระทัยอันร่มเย็นที่ยังคงอยู่ในความทรงจำและความสำนึกในพระกรุณาธิคุณของประชาชนเสมอ