ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ข่าวเด่น

ทั้งหมด
▼
ใหม่ล่าสุด
▼

 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมร่วมลงนามสนธิสัญญาอาเซียนว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมร่วมลงนามสนธิสัญญาอาเซียนว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน

ในวันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2568 พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้แทนรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย ร่วมพิธีลงนามสนธิสัญญาอาเซียนว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ร่วมกับผู้แทนรัฐบาลของประเทศสมาชิกอาเซียน รวมทั้งสิ้น 11 ประเทศ โดยมี ฯพณฯ เฟอร์ดินาน บองบอง มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ และ ฯพณฯ เกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามดังกล่าว ณ สาธารณรัฐ​ฟิลิปปินส์​ โดยสนธิสัญญาฉบับนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในมิติของกฎหมายอาญาระหว่างประเทศของอาเซียน และการมีผลใช้บังคับจะเอื้อประโยชน์ในการยกระดับความร่วมมือด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนให้มีประสิทธิภาพ และครอบคลุมในการจัดการกับอาชญากรรมข้ามชาติ โดยตั้งอยู่บนหลักการเคารพอธิปไตย ความเท่าเทียม และผลประโยชน์ร่วมกัน นอกจากนี้ สนธิสัญญาฉบับดังกล่าว​ยังมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กระบวนการยุติธรรมของไทย ตลอดจนสร้างความเป็นเอกภาพของภูมิภาคอาเซียนในการร่วมมือต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งรวมถึงการปราบปรามภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่น แก๊งสแกมเมอร์ อย่างครบวงจรและทั่วถึง จึงนับเป็นกลไกสำคัญต่อกระบวนการยุติธรรมทั้งในระดับชาติและระดับภูมิภาค

23 พ.ย. 256826
การประชุมเตรียมการฝ่ายไทยสำหรับสนธิสัญญาอาเซียนว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน

การประชุมเตรียมการฝ่ายไทยสำหรับสนธิสัญญาอาเซียนว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน

วันพฤหัสบดีที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๖๘ กระทรวงยุติธรรมในฐานะเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านกฎหมาย (ASLOM) และรัฐมนตรีอาเซียนด้านกฎหมาย (ALAWMM) จัดการประชุมเตรียมการฝ่ายไทยสำหรับสนธิสัญญาอาเซียนว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ณ ห้องประชุมกระทรวงยุติธรรม ๑๐-๐๖ อาคารที่ทำการกระทรวงยุติธรรม โดยปลัดกระทรวงยุติธรรมได้มอบหมายนายยอดฉัตร ตสาริการ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านกฎหมาย เป็นประธาน และมีผู้แทนหน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และกรมราชทัณฑ์ เข้าร่วมการประชุมในโอกาสนี้ ที่ประชุมได้ร่วมรับทราบที่มาและความคืบหน้าของการจัดทำ สนธิสัญญาอาเซียนว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน (ASEAN Extradition Treaty) ซึ่งนับเป็นการพัฒนาความร่วมมือด้านกฎหมายระหว่างประเทศที่สำคัญ ภายใต้อาณัติของ ASLOM และ ALAWMM นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบแผนการดำเนินงานของภูมิภาคอาเซียน โดยมีวาระสำคัญ คือ การลงนามสนธิสัญญาฯ ในการประชุม ALAWMM ครั้งที่ ๑๓ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาและรับรองร่างสนธิสัญญาอาเซียนว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน และให้กระทรวงยุติธรรมในฐานะ ASLOM และ ALAWMM ประเทศ และหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสนธิสัญญาดังกล่าวตามแนวทางที่เสนอ ทั้งนี้ โดยสนธิสัญญาฉบับนี้เมื่อมีผลบังคับใช้แล้ว จะเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมความร่วมมืออย่างมีประสิทธิผลระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียนในการปราบปรามอาชญากรรมบนพื้นฐานของความเคารพอธิปไตย ความเท่าเทียม และผลประโยชน์ซึ่งกันและกันต่อไป

9 ต.ค. 256828
 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้การต้อนรับ ประธานของคณะกรรมการว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ (Chairperson of the Committee on the Rights of the Child)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้การต้อนรับ ประธานของคณะกรรมการว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ (Chairperson of the Committee on the Rights of the Child)

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 เวลา 9.00 น. พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้การต้อนรับ นางสาวแอน สเกลตัน (Ms. Ann Skelton) ประธานของคณะกรรมการว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ (Chairperson of the Committee on the Rights of the Child) และรองประธาน นางสาว โซปิโอ คีลาด (Ms. Sopio Kiladze) ร่วมด้วยคณะผู้แทนจากองค์การยูนิเซฟ (UNICEF) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก และประจำประเทศไทย ณ ห้องรับรองกระทรวงยุติธรรม ชั้น 11 ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเน้นย้ำความสำคัญของการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ทั้งในประเทศและนานาชาติ เพื่อส่งเสริมและประกันสิทธิเด็ก และกล่าวถึงบทบาทของกระทรวงยุติธรรมในการร่วมผลักดันการดำเนินการตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กที่ไทยร่วมเป็นภาคี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 ต่อจากนั้น ระหว่างเวลา 09.30 - 11.00 ณ ห้องประชุม 10 - ๐6 ชั้น 10 อาคารกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยผู้แทนจากกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานกิจการยุติธรรม ได้หารือในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเด็ก อาทิ การเพิ่มอายุขั้นต่ำของเด็กในการรับผิดทางอาญา การแก้ไขปัญหาละเมิดทางเพศเด็กและการละเมิดทางเพศเด็กออนไลน์ รวมถึงการลงโทษต่อผู้กระทำผิดในการกระทำผิดดังกล่าว การอำนวยความยุติธรรมต่อเด็กและเยาวชน การดำเนินการเพื่อคุ้มครองเด็กในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การแก้ปัญหาเด็กไร้รัฐ-ไร้สัญชาติในประเทศไทย การส่งเสริมให้เยาวชนห่างไกลจากการกระทำผิดซ้ำ และลดการกระทำผิดซ้ำ โดยการหารือในครั้งนี้ นับเป็นการกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยและคณะกรรมการว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเด็ก รวมถึงผลักดันการดำเนินการตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กที่ไทยร่วมเป็นภาคี ให้มีความก้าวหน้าต่อไป

13 พ.ย. 256663
เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ และหารือข้อราชการกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ และหารือข้อราชการกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

เมื่อวันพุธที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ ห้องรับรองประจำกระทรวงยุติธรรม (ห้อง ๓ - ๐๑) ชั้น ๓ อาคารกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และนางสาวจุฑารัตน์ จินตกานนท์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้ให้การต้อนรับ นายมาร์ก กุดดิง (H.E. Mr. Mark Gooding) เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยและคณะ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับ ๑) ความร่วมมือด้านหลักนิติธรรม ๒) กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน อาทิ ร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิต พ.ศ. .... และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ ๓) ความร่วมมือด้านราชทัณฑ์และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการจัดการกับปัญหาการละเมิดทางเพศเด็กทางออนไลน์ ๔) การรับรองเอกสารโดยโนตารีปับลิก ๕) ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการหารือข้อราชการในครั้งนี้ นับเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหราชอาณาจักรให้มีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การขับเคลื่อนความร่วมมือในสาขาอื่นๆ ให้มีความก้าวหน้าต่อไป

8 พ.ย. 256655
คณะผู้แทนจากรัฐกาตาร์ เข้าเยี่ยมคารวะและหารือเชิงความร่วมมือด้านกระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศไทยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไทย

คณะผู้แทนจากรัฐกาตาร์ เข้าเยี่ยมคารวะและหารือเชิงความร่วมมือด้านกระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศไทยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไทย

เมื่อวันจันทร์ที่ 30 ตุลาคม 2566 เวลา 10.00 น. ณ ห้องรับรองประจำกระทรวงยุติธรรม ชั้น 3 ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร พ.ต.อ ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายวรวีร์ มะกูดี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ดร.พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย และคณะ ให้การต้อนรับ พลตรี ดร. อับดุลลา ยูซุฟ อัล-มาล (His Excellency Major General Dr. Abdulla Yousuf Al-Mal) ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะผู้แทนจากรัฐกาตาร์ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือเชิงความร่วมมือด้านกระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศไทยและรัฐกาตาร์ ในการนี้ รัฐมนตรีฯ ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงยุติธรรมในการดําเนินงานตามแนวคิดของข้อกำหนดกรุงเทพ อันเป็นไปตามพระปณิธานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา รวมถึงนโยบายการให้ความสำคัญกับความร่วมมือระหว่างประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม การส่งเสริมหลักนิติธรรม และการเสริมสร้างบทบาทของกระทรวงยุติธรรมและผู้บังคับใช้กฎหมายในการมุ่งเน้นการป้องกันและรับมือกับปัญหาอาชญากรรมใหม่ และที่ซับซ้อนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาสังคมไทยไปสู่การพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืน ในโอกาสนี้ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐกาตาร์ ได้ระลึกถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและรัฐกาตาร์ ซึ่งสืบเนืองมาตั้งแต่สมัยการจัดการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (The United Nations Congress on Crime Prevention and Criminal Justice) ณ กรุงโดฮา รัฐกาตาร์ เมื่อปีค.ศ. 2015 โดยได้แสดงความขอบคุณแก่หน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้องที่ให้การสนับสนุนการจัดการประชุมดังกล่าวของรัฐกาตาร์ ซึ่งการเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการของคณะผู้แทนจากรัฐกาตาร์ในครั้งนี้ ถือเป็นวาระสำคัญ ในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านกระบวนการยุติธรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืนของทั้งสองประเทศต่อไป

30 ต.ค. 256631
การประชุมคณะทำงานด้านเอกสารโนตารี ซึ่งเป็นคณะทำงานภายใต้คณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการยกเลิกข้อกำหนดของการนิติกรณ์สำหรับเอกสารมหาชนจากต่างประเทศ (Apostille Convention)

การประชุมคณะทำงานด้านเอกสารโนตารี ซึ่งเป็นคณะทำงานภายใต้คณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการยกเลิกข้อกำหนดของการนิติกรณ์สำหรับเอกสารมหาชนจากต่างประเทศ (Apostille Convention)

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2566 เวลา 10.00 น. พันตำรวจโท พงษ์ธร ธัญญสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม ให้เกียรติเข้าร่วมการประชุมในฐานะประธานคณะทำงานด้านเอกสารโนตารี ซึ่งเป็นคณะทำงานภายใต้คณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการยกเลิกข้อกำหนดของการนิติกรณ์สำหรับเอกสารมหาชนจากต่างประเทศ (Apostille Convention) ในกรอบของคณะกรรมการระดับชาติเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการ ภายหลังประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกที่ประชุมกรุงเฮกว่าด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ แผนกคดีบุคคล (Hague Conference on Private International Law: HCCH) ครั้งที่ 1/2566 ณ ห้องประชุมกระทรวงยุติธรรม 10-06 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม และมีผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่สำนักงานกิจการยุติธรรม ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการร่วม ฝ่ายเลขานุการร่วม ได้รายงานต่อที่ประชุมคณะทำงานฯ เกี่ยวกับภาพรวมในมิติระหว่างประเทศเกี่ยวกับแนวทางการพิจารณาเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการยกเลิกข้อกำหนดของการนิติกรณ์สำหรับเอกสารมหาชนจากต่างประเทศ (Apostille Convention) ซึ่งมีประเด็นเกี่ยวกับการพิจารณาการรับรองเอกสารได้แก่ เอกสารที่เกี่ยวข้องกับศาลหรือคณะพิจารณาคดี เอกสารทางปกครองและใบรับรองทางการ และเอกสารโนตารี โดยสำนักงานกิจการยุติธรรมในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ (กพยช.) ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมคณะทำงานฯ เกี่ยวกับการพิจารณาแนวทางการพัฒนาการรับรองเอกสารในประเทศไทย (โนตารีปับลิก) ที่ได้ศึกษาวิจัยเพื่อทบทวนและวิเคราะห์แนวทางในการพัฒนาวิชาชีพโนตารีปับลิก และการยกร่างพระราชบัญญัติโนตารี พ.ศ. .... เสร็จสิ้นแล้ว และจะได้เสนอร่างพระราชบัญญัติฯ ต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาวิชาชีพโนตารีปับลิก ซึ่งเป็นอนุกรรมการภายใต้ กพยช. เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายในเชิงเนื้อหาโดยละเอียด ในการประชุมอนุกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2566 ในวันที่ 28 สิงหาคม 2566 ที่ประชุมคณะทำงานฯ ได้มีมติเห็นชอบให้กองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้ติดตามการจัดทำร่างพระราชบัญญัติโนตารี พ.ศ. .... และการกำหนดแนวทางการดำเนินงานเกี่ยวกับเอกสารโนตารีในกรอบของ กพยช. จนกว่าร่างพระราชบัญญัติฯ จะได้รับความเห็นชอบจาก กพยช. พร้อมนี้ กองการต่างประเทศฯ จะได้สรุปผลการประชุมคณะทำงานฯ รวมทั้งติดตามผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโนตารี พ.ศ. .... ของคณะอนุกรรมการพัฒนาวิชาชีพโนตารีปับลิกในกรอบของ กพยช. เป็นระยะ และรายงานความคืบหน้าต่อคณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการยกเลิกข้อกำหนดของการนิติกรณ์สำหรับเอกสารมหาชนจากต่างประเทศ (Apostille Convention) ที่มีกำหนดจัดการประชุมครั้งที่ 1/2566 ในวันที่ 8 กันยายน 2566 ณ กระทรวงการต่างประเทศต่อไป

19 ต.ค. 256654
โครงการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการต่างประเทศกระทรวงยุติธรรม หัวข้อ การอบรมเทคนิคการเป็นล่าม (แบบพูดตาม)

โครงการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการต่างประเทศกระทรวงยุติธรรม หัวข้อ การอบรมเทคนิคการเป็นล่าม (แบบพูดตาม)

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๖ กองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้จัดโครงการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการต่างประเทศกระทรวงยุติธรรม หัวข้อ การอบรมเทคนิคการเป็นล่าม (แบบพูดตาม) ให้แก่บุคลากรผู้ปฏิบัติงานด้านการต่างประเทศของกระทรวงยุติธรรม โดยได้รับเกียรติจากนายธีรวัฒน์ ภูมิจิตร ข้าราชการบำนาญกระทรวงการต่างประเทศเป็นวิทยากรบรรยาย โดยเชิญ พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดโครงการฯ ณ ห้องสนฉัตร ชั้น ๓ อาคารกระทรวงยุติธรรม ทั้งนี้ โครงการอบรมฯ ดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ล่ามให้แก่ผู้ปฏิบัติงานด้านการต่างประเทศของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม รวมทั้งเพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านทฤษฎีและเทคนิคการจับใจความ ตลอดจนการจดบันทึก เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถพัฒนาทักษะการเป็นล่าม การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า มีความมั่นใจในการปฏิบัติงาน และเรียนรู้มารยาทที่พึงมีสำหรับการเป็นล่าม อันจะนำไปสู่การปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ มีผู้เข้ารับการอบรมจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม จาก ๙ หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมบังคับคดี กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กรมราชทัณฑ์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กรมคุมประพฤติ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จำนวน ๕๔ คน

19 ต.ค. 256633
กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในหัวข้อ “เรื่องน่ารู้ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ”

กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในหัวข้อ “เรื่องน่ารู้ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ”

เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๓๐ - ๑๕.๓๐ น. กองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในหัวข้อ “เรื่องน่ารู้ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ” ตามแนวทางดำเนินการจัดการความรู้ภายในองค์กรของสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม (KM) ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ โดยกิจกรรมดังกล่าว เป็นการเผยแพร่องค์ความรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และมุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในสำนักงานรัฐมนตรีและสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมให้เท่าทันกับสถานการณ์และบริบทด้านการต่างประเทศ รับทราบระเบียบปฏิบัติการเดินทางไปต่างประเทศของข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง การเตรียมตัวการเดินทาง ตลอดจนเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการเดินทาง รวมถึงข้อควรระมัดระวังขณะพำนักอยู่ในต่างประเทศ โดยได้รับความสนใจในการเข้าร่วมกิจกรรมจากหน่วยงานต่างๆ ของสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม จำนวนทั้งสิ้น ๒๑๑ คน

31 พ.ค. 256646
กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในหัวข้อ “เรื่องน่ารู้ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ”

กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในหัวข้อ “เรื่องน่ารู้ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ”

กองการต่างประเทศมีกำหนดจัดโครงการกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในหัวข้อ “เรื่องน่ารู้ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างวิสัยทัศน์แก่บุคลากรในสำนักงานรัฐมนตรีและสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมให้มีความรู้ความเข้าใจในด้านการต่างประเทศหรือเกี่ยวกับการเดินทางไปต่างประเทศ ทบทวนขั้นตอนและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางไปต่างประเทศในลักษณะต่างๆ ของบุคลากร และเพื่อส่งเสริมให้บุคลากรนําความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติตนและปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง รวมถึงเพื่อสนับสนุนการดำเนินภารกิจของกองการต่างประเทศในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางไปต่างประเทศของบุคลากรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและคล่องตัว จึงขอเรียนเชิญข้าราชการ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ในวันพุธที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๓๐ - ๑๕.๓๐ น ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://register.moj.go.th/register_moj.php?id_sub_project=1487&id_project=971

16 มี.ค. 2566119
การเข้าร่วมการหารือข้อราชการ และพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลออสเตรเลียในการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์

การเข้าร่วมการหารือข้อราชการ และพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลออสเตรเลียในการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์

เมื่อวันนี้ ( 2 พฤศจิกายน 2565) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นางพงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เข้าร่วมการหารือข้อราชการระหว่างพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนางสาวเพนนี หว่อง รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศเครือรัฐออสเตรเลีย ในโอกาสเยือนประเทศไทย ณ ห้องสีเหลือง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมหารือถึงความร่วมมือที่มีมายาวนานและใกล้ชิดในด้านต่างๆ ซึ่งในปีนี้ทั้งสองประเทศจะครบรอบ 70 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือในการต่อต้านการค้ามนุษย์ โดยรองนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงประเด็นความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของทั้งสองประเทศ รวมถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในดำเนินการต่อต้านการค้ามนุษย์อย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยยกเป็นหนึ่งในวาระแห่งชาติ ซึ่งได้ขยายความร่วมมือจนนำไปสู่การจัดตั้ง “ศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์” ซึ่งทั้งสองประเทศจะร่วมผลักดันความร่วมมือด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ศูนย์ความเป็นเลิศฯ ยังจะเป็นโอกาสในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านวิชาการและแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญด้านการบังคับใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ตลอดจนการเพิ่มศักยภาพของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในการสืบสวนสอบสวน ดำเนินคดี และพิจารณาคดีการค้ามนุษย์ ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาคอาเซียน ในโอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้ร่วมเป็นประธานสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งเครือรัฐออสเตรเลียในการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ (Memorandum of Understanding between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of Australia concerning Counter Trafficking in Persons Centre of Excellence) โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้ลงนามฝ่ายไทย และนางสาวเพนนี หว่อง รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศเครือรัฐออสเตรเลีย เป็นผู้ลงนามฝ่ายออสเตรเลีย ณ ห้องสีฟ้า ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พร้อมด้วยนางพงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม และผู้บริหารจากหน่วยงานด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์และที่เกี่ยวข้องของไทย ได้แก่ สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมในโอกาสนี้ด้วย

4 พ.ย. 2565320
การประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค

การประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค

เมื่อวันจันทร์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ เวลา ๐๙.๓๐ น. นางพงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะกรรมการและผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เข้าร่วม และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ในช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค พ.ศ.๒๕๖๕ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๕ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม โดยที่ประชุมรับทราบและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการทั้ง ๔ ชุด ประกอบด้วย (๑)ด้านสารัตถะ (๒) ด้านพิธีการและอำนวยการ (๓) ด้านการรักษาความปลอดภัยและการจราจร และ (๔) ด้านประชาสัมพันธ์ ซึ่งทุกฝ่ายมีความพร้อมในการจัดการประชุมผู้นำฯ ในห้วงระหว่างวันที่ ๑๔ - ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ในการนี้ ประธานการประชุมขอบคุณทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง และขอให้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดีเพื่อให้การจัดการประชุมสำเร็จลุล่วง

4 พ.ย. 2565199
ปลัดกระทรวงยุติธรรม ร่วมอภิปรายในงาน HCCH Asia Pacific Week Manila 2022

ปลัดกระทรวงยุติธรรม ร่วมอภิปรายในงาน HCCH Asia Pacific Week Manila 2022

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2565 เวลา 13.30 น. นางพงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ร่วมอภิปรายในงาน HCCH Asia Pacific Week Manila 2022 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-20 ตุลาคม 2565 ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ในรูปแบบผสม โดยปลัดกระทรวงยุติธรรมได้บรรยายผ่านวิดีทัศน์บันทึกล่วงหน้า (Pre-recorded VDO) ใน Session 1 - The Benefits of Membership and Key Conventions หัวข้อ "Thailand and the HCCH - From Membership towards the Regional Unification of the Private International Law" กล่าวถึงพัฒนาการ ความสำเร็จ และแผนการขับเคลื่อนการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาหลักของ HCCH ฉบับอื่น ๆ ของประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีผู้อภิปรายอีก 4 ท่าน ได้แก่ Professor Elizabeth Aguiling-Pangalangan ศาสตราจารย์ประจำวิทยาลัยกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ / Dr. Christophe Bernasconi เลขาธิการ HCCH /Ambassador J. Eduardo Malaya เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำกรุงเฮก Ms. Solongoo Bayarsaikhan ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและกิจการภายในแห่งประเทศมองโกเลีย และ Prof. Yun Zhao ผู้แทน HCCH Regional Office for Asia and the Pacific ร่วมแลกเปลี่ยนภาพรวม ทิศทางและผลการดำเนินงานตามอนุสัญญาหลัก HCCH ในประเทศภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก สำหรับงาน HCCH Asia Pacific Week Manila 2022 นี้ จัดขึ้นโดยร่วมมือระหว่างรัฐบาลฟิลิปปินส์และที่ประชุมแห่งกรุงเฮกว่าด้วยกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล (Hague Conference on Private International Law: HCCH) กำหนดหัวข้อการประชุมในปี 2022 คือ "Enabling cross-border cooperation in the region and beyond" มี วัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความเห็นและประสบการณ์เกี่ยวกับอนุสัญญาหลักของ HCCH ฉบับต่าง ๆ จากประเทศสมาชิกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงหารือเกี่ยวกับโครงการและแผนงานด้านกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลในระยะต่อไป ครอบคลุมมิติตั้งแต่เรื่องการฟ้องร้องคดีระหว่างประเทศและความร่วมมือทางกฎหมาย กฎหมายครอบครัวและกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองเด็กระหว่างประเทศ กฎหมายการค้า ดิจิทัล และการเงิน เป็นต้น โดยมีผู้พิพากษา นักการทูต นักวิชาการ และผู้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมประมาณ 200 คน

20 ต.ค. 2565147
การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านกฎหมาย (ASLOM) ครั้งที่ ๒๑

การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านกฎหมาย (ASLOM) ครั้งที่ ๒๑

เมื่อวันที่ ๑๓ - ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๕ กระทรวงยุติธรรมในฐานะผู้ประสานงานกลางเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านกฎหมาย (ASLOM) ประเทศไทย นำโดยนางสาวรวิวรรณ จตุรพิธพร ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ทำหน้าที่หัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นายจุมพล พันธ์สัมฤทธิ์ รองอัยการสูงสุด ผู้แทนกรมบังคับคดี สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) สำนักงานอัยการสูงสุด กองการต่างประเทศและกองกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม เข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านกฎหมาย ครั้งที่ ๒๑ ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ - ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวมี H.E. Brigido J. Dulay, Undersecretary กระทรวงยุติธรรม สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ทำหน้าที่ประธานการประชุม รวมทั้งหัวหน้า ASLOM จากประเทศสมาชิกอาเซียน เข้าร่วมการประชุมฯ ในโอกาสนี้ - สำหรับผลการประชุม ASLOM ครั้งที่ ๒๑ ที่ประชุมได้รับทราบพัฒนาการและความคืบหน้าในประเด็นสืบเนื่องด้านการพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรมที่สำคัญ อาทิ พัฒนาการการจัดทำสนธิสัญญาอาเซียนว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน (ASEAN Extradition Treaty) และอนุสัญญาอาเซียนว่าด้วยการโอนตัวนักโทษ (ASEAN Convention on Transfer of Sentenced Person) ความคืบหน้าในการเตรียมการจัด ASEAN Law Forum ในหัวข้อ “Hague Conventions on Mutual Legal Assistance in Civil Matters” พัฒนาการของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียนในความร่วมมือด้านการสร้างความสอดคล้องในเรื่องกฎหมายการค้าของอาเซียน ผลลัพธ์การประชุมอาเซียนว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา ครั้งที่ ๓ การดำเนินความร่วมมือทางศาลของประเทศสมาชิกอาเซียน การเสริมสร้างการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน การดำเนินความร่วมมือระหว่างอาเซียน - ญี่ปุ่น ด้านกฎหมายและงานยุติธรรม เป็นต้น นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ร่วมกันพิจารณา หารือ และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะในประเด็นที่เป็นข้อเสนอใหม่จากประเทศสมาชิกอาเซียน อาทิ ข้อเสนอของฟิลิปปินส์ เรื่อง “ASEAN Law Forum ในหัวข้อ ระบอบการควบคุมการส่งออกและกรอบกฎหมายในอาเซียน: การแบ่งปันข้อมูลและประสบการณ์และการพิจารณาสนธิสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญาในฐานะเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสําหรับความร่วมมือ” ข้อเสนอของไทย เรื่อง “การยกร่างปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (ASEAN Declaration on Crime Prevention and Criminal Justice)” และการเข้ามามีส่วนร่วมของ World Justice Project ในการจัดทำตัวชี้วัดดัชนีนิติธรรม (Rule of Law Index) เป็นต้น - บทบาทสำคัญของไทยสำหรับการประชุม ASLOM ครั้งที่ ๒๑ ได้มีการสนับสนุนการจัดประชุมคณะทำงานการจัดทำสนธิสัญญาอาเซียนว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน และการจัดตั้งคณะทำงานเชิงเทคนิคเพื่อจัดทำอนุสัญญาอาเซียนว่าด้วยการโอนตัวนักโทษซึ่งจะนําไปสู่ความร่วมมือในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา อันเป็นการสนองตอบต่อการบังคับใช้กฎหมายอาญาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสร้างหลักประกันถึงความยุติธรรมในการพิจารณาและการลงโทษในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน #aseanmoj #aslom21

20 ต.ค. 2565282
การประชุมคณะทำงานว่าด้วยการพิจารณาต้นแบบในการสร้างความสอดคล้องในเรื่องกฎหมายการค้าของอาเซียน ครั้งที่ ๑๑

การประชุมคณะทำงานว่าด้วยการพิจารณาต้นแบบในการสร้างความสอดคล้องในเรื่องกฎหมายการค้าของอาเซียน ครั้งที่ ๑๑

เมื่อวันพุธที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๕ กระทรวงยุติธรรมในฐานะผู้ประสานงานกลางเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านกฎหมาย (ASLOM) ประเทศไทย นำโดยนางสาวอทิตยา ทองบุญ ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ทำหน้าที่หัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด กรมบังคับคดี และกองการต่างประเทศและกองกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานว่าด้วยการพิจารณาต้นแบบในการสร้างความสอดคล้องในเรื่องกฎหมายการค้าของอาเซียน (ASLOM Working Group Meeting on Examining Modalities for Harmonization of ASEAN Trade Laws) ครั้งที่ ๑๑ ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ - การประชุม ASLOM WG นี้ ที่ประชุมได้รับทราบพัฒนาการด้านกฎหมายการค้าที่สำคัญของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียน อีกทั้งยังได้ร่วมกันพิจารณา แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในประเด็นที่เกี่ยวข้อง อาทิ กฎหมายและแนวปฏิบัติด้านอนุญาโตตุลาการและการระงับข้อพิพาททางเลือก แนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศของสมาคมกฎหมายอาเซียนในการบังคับตามคำชี้ขาดคณะอนุญาโตตุลาการในภูมิภาคอาเซียน (the ASEAN Law Association’s Guidelines on Best Practices on the Enforcement of Arbitral Awards) คณะที่ปรึกษาด้านอนุญาโตตุลาการ กฎหมายการซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น - โดยผลการประชุม ASLOM WG ครั้งที่ ๑๑ ฝ่ายสิงคโปร์จะเป็นผู้รายงานต่อที่ประชุม ASLOM ครั้งที่ ๒๑ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๓ - ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๕ ต่อไป #aseanmoj #ASEANwgonEMHTL

20 ต.ค. 2565134
เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งเครือรัฐออสเตรเลียประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งเครือรัฐออสเตรเลียประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

เมื่อวันศุกร์ที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๕ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ ห้องรับรองประจำกระทรวงยุติธรรม (ห้อง ๓ - ๐๑) ชั้น ๓ อาคารกระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และนายวีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม รักษาราชการแทน อธิบดีกรมคุมประพฤติ ได้ให้การต้อนรับ นางสาวแอนเจลา แม็กดอนัลด์ (H.E. Ms. Angela Macdonald) เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งเครือรัฐออสเตรเลียประจำประเทศไทย และคณะ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับ ๑) การเยือนออสเตรเลียของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเพื่อหารือระดับนโยบายและศึกษาดูงานว่าด้วยความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดระหว่างไทย – ออสเตรเลีย ณ นครซิดนีย์ และแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ ๒๓ กันยายน – ๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ และ ๒) ความคืบหน้าการจัดทำร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลออสเตรเลียในการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อการต่อต้านการค้ามนุษย์ (The Counter Trafficking in Persons Centre of Excellence) ซึ่งมีกำหนดลงนามในห้วงการเยือนไทยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการค้าออสเตรเลียในต้นเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๕ นี้ นอกจากนี้ นางสาวแอนเจลา แม็กดอนัลด์ ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์กราดยิงในจังหวัดหนองบัวลำภู เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา โดยฝ่ายออสเตรเลียพร้อมให้การสนับสนุนและช่วยเหลือฝ่ายไทยต่อเหตุการณ์รุนแรงดังกล่าวที่เกิดขึ้น

7 ต.ค. 2565158
กองการต่างประเทศ

ผู้เข้าชม 142

W3C HTML 5.0 valid
W3C CSS valid
WCAG 2.0 AA Checker