ประวัติความเป็นมา

สำนักงานรัฐมนตรี

ประวัติความเป็นมา

ประวัติความเป็นมา

ความเป็นมาของสำนักงานรัฐมนตรี          
          สำนักงานรัฐมนตรี หรือสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรีในอดีตจัดตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งกระทรวงและกรม พ.ศ. ๒๔๗๖ และพระราชบัญญัติว่าด้วยธรรมนูญราชการฝ่ายพลเรือน พ.ศ. ๒๔๗๖ มีชื่อเรียกว่ากรมเลขานุการรัฐมนตรี และในปีเดียวกันนั้นเองก็ได้มีประกาศใช้ระเบียบราชการบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. ๒๔๗๖ กรมเลขานุการรัฐมนตรีก็เปลี่ยนเป็น สำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี ฐานะของสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรีนั้น ได้รับการกำหนดให้เทียบเท่ากรม และให้สังกัดอยู่ในกระทรวงต่างๆ โดยมีการแบ่งส่วนราชการออกเป็น ๒ แผนกเหมือนกันทุกกระทรวงคือ ๑) แผนกการเมือง ๒) แผนกตรวจสอบเรื่องราวและความเห็น ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๗๖-๒๔๙๕ ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงฐานะและบทบาทของสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรีอีกหลายครั้ง ทว่ายังคงมีฐานะเป็นหน่วยงานอิสระเทียบเท่ากรมขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวง และมีงบประมาณเป็นของตนเองจนถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๘
          งบประมาณของสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรีทุกกระทรวงก็ถูกนำไปรวมอยู่ในงบประมาณของสำนักงานปลัด พ.ศ. ๒๕๑๕ ฐานะของสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรีก็เปลี่ยนแปลงไปอีกครั้งหนึ่งในช่วงระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๗๖-๒๔๙๕ ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงฐานะและโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๑๖ และ ๒๑๘ กำหนดให้สำนักงานเลขานุการรัฐมนตรีเป็นเพียงหน่วยงานหนึ่งในกระทรวง ซึ่งไม่เทียบเท่ากรมและไม่เป็นนิติบุคคลอีกต่อไปแต่ยังคงแบ่งเป็น ๒ แผนกเช่นเดิม ต่อมาได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ และพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๓๔ บัญญัติให้มีกระทรวงขึ้น ๑๔ กระทรวง โดยให้สำนักงานเลขานุการรัฐมนตรีเป็นส่วนราชการหน่วยงานหนึ่งของกระทรวงมีเลขานุการรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ได้มีการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี กระทรวงยุติธรรม กำหนดให้สำนักงานเลขานุการัฐมนตรี กระทรวงยุติธรรม มีส่วนราชการ ดังนี้
๑) ฝ่ายบริหารงานทั่วไป
๒) ฝ่ายการเมืองและประสานนโยบาย
จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๔๐ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน พิจารณาเห็นว่ากระทรวง และทบวง ที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ มีหน้าที่ความรับผิดชอบและปริมาณที่แตกต่างกัน หากจะยังคงใช้รูปแบบเดียวกันอยู่เช่นเดิมก็จะทำให้เกิดขัดข้องในการปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ จึงพิจารณากำหนดโครงสร้างของสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรีออกเป็น ๒ รูปแบบ คือ
          รูปแบบที่ ๑ แบ่งงานภายในออกเป็น ๒ ฝ่าย ๓ กลุ่ม คือ
๑) ฝ่ายบริหารงานทั่วไป
๒) ฝ่ายเรื่องราวร้องทุกข์และการเมือง
๓) กลุ่มประชาสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์
๔) กลุ่มช่วยอำนวยการ
๕) กลุ่มระบบข้อมูลและแผนงาน
ส่วนราชการที่ใช้โครงสร้างนี้ ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและ
สหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
          รูปแบบที่ ๒ แบ่งงานภายในออกเป็น ๒ ฝ่าย ๑ กลุ่ม คือ
๑) ฝ่ายบริหารงานทั่วไป
๒) ฝ่ายการเมืองและประสานนโยบาย
๓) กลุ่มงานวิชาการเฉพาะด้าน
ส่วนราชการที่ใช้โครงสร้างนี้ ได้แก่ กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ และทบวงมหาวิทยาลัย สำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี กระทรวงยุติธรรม ในระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๔๐-๒๕๔๕ จึงประกอบด้วยฝ่ายบริหารงานทั่วไป ฝ่ายการเมืองและประสานนโยบาย และกลุ่มงานวิชาการ
ต่อมาในวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๔๕ ได้มีการประกาศใช้กฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงยุติธรรม โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ ฉ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓ โดยกำหนดให้สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม มีภารกิจเกี่ยวกับราชการทางการเมือง เพื่อสนับสนุนภารกิจของรัฐมนตรี ประสานนโยบายระหว่างกระทรวง ส่วนราชการที่ใช้โครงสร้างนี้ ได้แก่ กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ และทบวงมหาวิทยาลัย สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงยุติธรรม ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๕ เป็นต้นไป จึงประกอบด้วย งานบริหารงานทั่วไป กลุ่มงานประสานการเมือง และกลุ่มงานสนับสนุนวิชาการ

โพสต์เมื่อ 19 ม.ค. 2560 10:09 น. อ่าน 58 ครั้ง