“DSI ชี้แจงกรณีญาติเหยื่อคดีอุ้มหายร้องอัยการสูงสุดให้เร่งรัดกรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการเนื่องจากคดีไม่มีความคืบหน้า”

8 ก.พ. 2561 11:50 น. 157 ครั้ง

           ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อสาธารณะ กรณี นายประเสริฐ เหล่าโสภาพันธ์ ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด ให้เร่งรัดการสอบสวนคดีพิเศษ ในเรื่องที่ นายกมล เหล่าโสภาพันธ์ พี่ชาย ได้หายไปจากพื้นที่สถานีตำรวจภูธรบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2551 หลังพบเห็นการทุจริตการเช่าที่ดินของหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่งในพื้นที่ พร้อมแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง แต่มีนายตำรวจในพื้นที่ในขณะนั้นเกลี้ยกล่อมไม่ให้แจ้งความและให้หยุดการตรวจสอบ ทำให้นายกมลฯ แจ้งความดำเนินคดีกับนายตำรวจคนดังกล่าวในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ก่อนหายตัวไป โดยกรณีดังกล่าวมีการโอนคดีจากพื้นที่มาเป็นคดีพิเศษในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษแล้ว แต่คดีไม่มีความคืบหน้า ซึ่งผู้ร้องเคยยื่นเรื่องขอความเป็นธรรมต่อสำนักงานอัยการสูงสุดเมื่อเดือนตุลาคม 2559 แล้วครั้งหนึ่ง และอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วพบว่า อาจมีเหตุจูงใจให้มีผู้กระทำความผิดจึงให้ส่งข้อมูลไปยังอัยการสำนักงานคดีพิเศษ และส่งไปให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการ แต่กรมสอบสวนคดีพิเศษไม่มีการดำเนินการตามคำสั่งของพนักงานอัยการ และผู้ร้องประสงค์จะขอรับความคุ้มครองพยาน ซึ่งจะประสานงานต่อไปด้วย นั้น

           กรมสอบสวนคดีพิเศษขอชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวคณะกรรมการคดีพิเศษได้มีมติในการประชุมครั้งที่ ๕/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๒ ได้รับการกระทำผิดอาญากรณีการหายตัวไปของ นายกมล เหล่าโสภาพันธ์ เป็นคดีพิเศษ เพื่อดำเนินการสืบสวนและสอบสวนตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยเป็นคดีพิเศษที่ ๗๐/๒๕๕๒ และดำเนินการสืบสวนสอบสวน รวมทั้งรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งจากผู้ร้องและพยานหลักฐานอื่นตลอดมา แต่ไม่ทราบตัวผู้กระทำความผิด จึงสรุปสำนวนการสอบสวน เห็นควรงดการสอบสวนส่งพนักงานอัยการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๔๐ แต่ได้ดำเนินการสืบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับคำสั่งของพนักงานอัยการที่ให้งดการสอบสวน หากพบพยานหลักฐานว่า ผู้ใดเป็นผู้กระทำผิดก็ให้สอบสวนต่อไป อันเป็นกระบวนการที่เป็นไปตามกฎหมายแล้ว และในส่วนที่ผู้ร้องไปยื่นขอความเป็นธรรมต่อสำนักงานอัยการสูงสุดเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๙ พนักงานอัยการก็ส่งมารวมสำนวนสืบสวนแล้ว ซึ่งคณะพนักงานสืบสวนก็อยู่ระหว่างการสืบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทาความผิด โดยการสืบสวนเรื่องนี้อยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หากผู้ร้องมีข้อมูลเพิ่มเติม สามารถแจ้งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษทราบเพื่อดำเนินการสืบสวนได้

           สำหรับประเด็นที่ผู้ร้องประสงค์ขอรับการคุ้มครองพยานนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งกำหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาไว้ และผู้ร้องเคยยื่นเรื่องขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการมาแล้ว แต่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย จึงไม่อาจให้ความคุ้มครองได้ อย่างไรก็ตาม หากผู้ร้องประสงค์เห็นว่ามีภัยคุกคามและจะยื่นเรื่องขอให้พิจารณาใหม่ ก็สามารถยื่นเรื่องพร้อมข้อเท็จจริงและหลักฐานใหม่ได้ กรมสอบสวนคดีพิเศษพร้อมอำนวยความยุติธรรมตามกฎหมาย จึงชี้แจงมาเพื่อทราบ

*******************

คณะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ
๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑

เอกสารแนบ

ขอเชิญร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาการนำเสนอข้อมูลข่าวสารของกระทรวงยุติธรรม

ท่านคิดว่าข้อมูลข่าวสารนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด

ท่านมีความเข้าใจในข้อมูลข่าวนี้มากน้อยเพียงใด

ท่านพึงพอใจในรูปแบบการนำเสนอข้อมูลข่าวสารมากน้อยเพียงใด