รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในประเด็น “กาฬสินธุ์โมเดล เมืองต้นแบบไทยแลนด์แฮปปิเนส และการปฏิรูปกระทรวงยุติธรรม อำนวยความยุติธรรมให้ประชาชน”

6 ก.พ. 2561 13:08 น. 275 ครั้ง

พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า
ในส่วนของกาฬสินธุ์โมเดล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปเมื่อต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้ว โดยท่านได้ไปดูเรื่องของการลดความเลื่อมล้ำ ขจัดความทุกข์ยาก การสร้างงานเพื่อให้เกิดรายได้ ซึ่งพบว่าจังหวัดกาฬสินธุ์มีจุดแข็งหลายด้าน อาทิ ด้านแหล่งท่องเที่ยว ด้านวัฒนธรรม เช่น ผ้าไหมภูไทย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดกาฬสินธุ์ และด้านประวัติศาสตร์ อย่างการค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ อายุราว ๑๕๐ ล้านปี รวมทั้งด้านการเกษตร เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ ๕๐ เป็นพื้นที่สำหรับการเกษตร ท่านนายกรัฐมนตรีจึงมอบหมายสั่งการในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลพื้นที่ภาคอีสานตอนบน จัดทีมงานเข้าไปดูแล ดำเนินการ จึงต้องทำงาน ๒ หน้าที่ ดังนี้

หน้าที่แรก คือ การดูแลในภาพรวม บูรณาการงานที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และวัฒนธรรมประเพณี รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ยังเพิ่มเติมในเรื่องของการอำนวย
ความยุติธรรมและการสร้างคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยจะตรวจสอบว่าประชาชนมีปัญหาหนี้สิน หนี้นอกระบบ การกู้ยืมที่เสียเปรียบหรือการเอารัดเอาเปรียบเป็นอย่างไร รวมทั้งคดีที่คิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งดูจากตัวเลขจำนวนคนกว่าพันราย พบว่า มีหลายส่วนที่ดำเนินคดี
ไปแล้วและถูกยึดทรัพย์ หลายส่วนยังอยู่ในการดำเนินคดีในชั้นศาล และหลายส่วนที่อยู่ระหว่างการนำฟ้อง โดยกระทรวงยุติธรรม จะต้องเข้าไปไกล่เกลี่ย และหาวิธีทำให้ประชาชนนั้นได้ทรัพย์คืนมาเพื่อประกอบอาชีพต่อ ด้วยการเจรจากับนายทุนเพื่อให้นายทุนเข้าใจประเด็นและผ่อนปรนในกติกาต่างๆ เช่น การยืดระยะเวลา การหาแหล่งเงิน ซึ่งเป็นการพบกันครึ่งทางระหว่างนายทุนและชาวบ้าน โดยจากการดำเนินการพบว่ามีความคืบหน้าไปมาก ขณะเดียวกันปัญหาเรื่องของการใช้อำนาจ การบิดเบือนข้อมูลในเอกสารต่างๆ หรือแม้แต่การให้เซ็นกระดาษเปล่า กระทรวงยุติธรรมจะเข้าไปแก้ปัญหาให้ครบวงจร ด้วยการทำความเข้าใจกับประชาชนและให้ความรู้เรื่องของมาตรฐานการกู้ยืมเงินตามความจำเป็นว่าควรจะมีแบบฟอร์มอย่างไร ควรจะมีพยานอย่างไร โดยส่วนที่เป็นปัญหาไปแล้วก็จะพยายามดึงกลับมา ที่อยู่ระหว่าง
การดำเนินคดีของศาลก็จะช่วยไกล่เกลี่ย และส่วนที่อยู่ระหว่างการนำเสนอก็จะช่วยประนีประนอมให้
โดยจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปเจรจากับทั้งสองฝ่าย

ส่วนที่สอง คือ กรณีที่นายทุนหรือผู้มีอิทธิพลทำผิดกฎหมาย จะให้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าไปดำเนินการ อีกส่วนหนึ่งคือปัญหาด้านยาเสพติด ปัญหาภัยสังคม เป็นหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เข้าไปตรวจสอบและหามาตรการสร้างพื้นที่สีขาว ชุมชนสีขาว เพื่อให้คนที่หลงผิดสามารถกลับมาอยู่ในสังคมและประกอบอาชีพไดสรุปทั้งสองส่วนจะทำทั้งการอำนวยความยุติธรรม และคุณภาพชีวิต เพิ่มเติมอีก ๔-๕ ด้าน เพื่อให้ประชาชนได้มีอาชีพตรงความต้องการของพื้นที่ มีรายได้มากขึ้น มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ส่วนภาครัฐจะเข้าไปพัฒนาให้ครบวงจร เช่น การเดินทางเข้าสู่จังหวัด และหาแหล่งดึงดูดสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ภาครัฐดำเนินการ โดยขณะนี้แผนบูรณาการร่างเสร็จแล้ว จะได้ซักซ้อมความเข้าใจกับทางจังหวัดอีกครั้งหนึ่ง ประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ จากนั้นจะนำเอกสารเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่อขออนุมัติแผนงานและดำเนินการต่อไป โดยคาดว่าไม่เกินปลายเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๑
จะเป็นการขับเคลื่อนหรือที่เรียกว่า Kick-Off ได้แน่นอนและหากนำไปรวมกับโครงการของรัฐบาลที่เกี่ยวกับสวัสดิการคนจน หรือการไปขยายผลในเรื่องของการพัฒนาไทยนิยมที่ยั่งยืน ก็จะส่งผลให้คุณภาพชีวิตของคนกาฬสินธุ์ดีขึ้น และยืนยันว่าเมืองกาฬสินธุ์เป็นเมืองน่าอยู่ เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านประเพณีวัฒนธรรม และมีผลผลิตทางการเกษตรโดยเน้นด้านคุณภาพมากขึ้น

ส่วนประเด็นการปฏิรูปกระทรวงยุติธรรมนั้น ในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมา ทางรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ขับเคลื่อนและปฏิรูปในหลายๆ มิติ โดยตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปขึ้นมา ๖ คณะ โดยในปี ๒๕๖๑ นี้ ถือว่าเป็นปีแห่งการปฏิรูป ต้องมีการขับเคลื่อนและปฏิรูปอย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของกระทรวงยุติธรรม มีการปฏิรูปองค์กรในสังกัด เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และกรมราชทัณฑ์ หรือเรือนจำ โดยจะมีการดำเนินการเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยให้เสนอร่างภายในวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๑ จากนี้ไปจะได้ให้ทีมงานของสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ตรวจสอบในแง่ของกฎหมาย อัตรากำลัง และจะดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้เสร็จในต้นเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะตรวจสอบและสั่งการต่อไป ซึ่งการดำเนินการปฏิรูปหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม
จะไปตอบรับสิ่งที่ได้มอบหมายไว้ในการปฏิบัติงานของรัฐมนตรี คือ การอำนวยความยุติธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ ขจัดความทุกข์ยาก สร้างประชาสามัคคี คืนคนดีสู่สังคม งานชุดต่อไปคือการเร่งรัด ทั้งการเร่งรัดต้านภัยยาเสพติด เร่งรัดปราบทุจริตคอร์รัปชัน คุ้มครองสิทธิเสรีภาพคู่คุณธรรม สร้างกระบวนการยุติธรรมให้ยั่งยืน ซึ่งจะมีการปรับปรุงเกือบทุกส่วน โดยมีหน่วยงานไปรับฟังประชาชนในแง่ของความเดือดร้อนหรือข้อเสนอแนะ เช่น สำนักงานยุติธรรมจังหวัด ยุติธรรมชุมชน ๗,๗๐๐ แห่ง ทั่วประเทศ เรื่องการปรับการขอรับการสนับสนุนจากกองทุนยุติธรรมให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อที่จะให้ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนได้รับการคลี่คลายปัญหาเรื่องของศาล หรือทนายความ ได้รวดเร็วและกระจายทั่วพื้นที่มากขึ้น รวมทั้งจะเร่งเข้าไปดูแลในส่วนของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อเรื่องของการกู้ยืมเงินหนี้นอกระบบ ผู้มีอิทธิพล และประเด็นต่าง ๆ ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายในจังหวัดกาฬสินธุ์ด้วย

ขอเชิญร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาการนำเสนอข้อมูลข่าวสารของกระทรวงยุติธรรม

ท่านคิดว่าข้อมูลข่าวสารนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด

ท่านมีความเข้าใจในข้อมูลข่าวนี้มากน้อยเพียงใด

ท่านพึงพอใจในรูปแบบการนำเสนอข้อมูลข่าวสารมากน้อยเพียงใด