การให้สัมภาษณ์ ประเด็น “โครงการคุมประพฤติจิตอาสา ร่วมใจลดอุบัติภัยทางถนน” โดยนายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ

4 ม.ค. 2561 10:55 น. 120 ครั้ง

          นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการจัดโครงการ
คุมประพฤติจิตอาสา ร่วมใจลดอุบัติภัยทางถนน ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๐ ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ ๖ (สวนลุมพินี) ว่า กรมคุมประพฤติมีผู้ถูกคุมความประพฤติจากคดีเมาแล้วขับประมาณ ๕๐,๐๐๐ คนต่อปี และจากคดีขับรถโดยประมาทประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน รวมทั้งปีประมาณ ๖๐,๐๐๐ คน เป็นหน้าที่ของกรมคุมประพฤติที่จะทำอย่างไรให้บุคคลเหล่านั้นไม่กระทำผิดซ้ำ สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลได้อย่างครบถ้วน ซึ่งปลายทางคือการแก้ไขฟื้นฟูบุคคลเหล่านี้น่าจะไม่พอ ฉะนั้นทางกรมคุมประพฤติจึงต้องทำที่ต้นทาง คือ การรณรงค์ในเชิงป้องกัน ทำอย่างไรให้คนมีความตระหนักรู้ อย่างน้อยคือผู้ถูกคุมความประพฤติที่มาร่วมเป็นอาสาจราจร ทำกิจกรรมรณรงค์ในวันนี้จำนวนกว่า
๑๐๐ คน จะต้องทำให้บุคคลเหล่านี้มีความรู้สึกมีส่วนร่วม รู้สึกมีคุณค่า สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดเมื่อออกไปสู่สังคมปกติ เมื่อพ้นคุมประพฤติไปแล้วจะไม่กลับมากระทำผิดซ้ำ

          ในส่วนประเด็นที่เหยื่อเมาแล้วขับพร้อมเครือข่ายองค์กรงดเหล้าและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
ยื่นหนังสือต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติเรียกร้องให้เพิ่มโทษจัดการกับคนเมาแล้วขับนั้น อธิบดี
กรมคุมประพฤติ กล่าวว่า ในเรื่องมาตรการการบังคับใช้กฎหมายต้องมีการประเมินว่าโทษที่เป็นอยู่
ณ ปัจจุบัน บางโทษทำให้รู้สึกกลัวที่จะไม่กระทำผิดหรือไม่ ในมุมของผู้บังคับใช้กฎหมายหรือผู้ออกกฎหมายเองมีแนวคิดในการที่จะเพิ่มโทษปรับให้สูงขึ้น ในบางครั้งถ้าโทษจำคุกและกระบวนการของการให้โอกาสทำให้ผู้กระทำผิดไม่ตระหนักอาจต้องมีมาตรการอื่นมาเสริม รวมไปถึงการบังคับใช้กฎหมาย
อย่างเข้มงวดของผู้บังคับใช้กฎหมายน่าจะทำให้ภาพรวมดีขึ้นได้ ในส่วนของกรมคุมประพฤติจะมีการนำ EM มาใช้ ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการของการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งน่าจะมีการนำมาใช้ในช่วงประมาณกลางปี เครื่องมือตัวนี้จะเป็นการเน้นย้ำในมุมของการบังคับใช้กฎหมายที่นอกจากจะต้องรายงานตัว ทำงานบริการสังคมแล้วยังต้องถูกติดกำไลข้อเท้าด้วย และอยู่ในการมอนิเตอร์ของศูนย์ควบคุมกระทรวงยุติธรรมว่าได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างครบถ้วนถูกต้องหรือไม่