กระทรวงยุติธรรมไม่ได้นิ่งนอนใจกรณีประชาชนเข้าร้องทุกข์และทำร้ายเผาตัวเองที่กองอำนวยการรับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ณ บริเวณ จุดบริการประชาชน ๑๑๑๑

29 ธ.ค. 2560 15:54 น. 190 ครั้ง

             สืบเนื่องจากกรณีนางพยอม เพชรโก อายุ ๓๒ ปี เดินทางมาขอความช่วยเหลือ ณ จุดบริการประชาชน ๑๑๑๑ (สำนักงาน ก.พ.เดิม) โดยระบุว่าถูกเจ้าหนี้นอกระบบติดตามทวงถามกดขี่และรังควาญ เนื่องจากผู้ร้องได้กู้ยืมเงินจากเจ้าหนี้นอกระบบ นำเงินมาทำร้านคาราโอเกะ โดยแจ้งว่าเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมไม่สามารถช่วยเหลือได้เนื่องจากไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริงของเจ้าหนี้ จึงไม่สามารถเรียกเจ้าหนี้มาพูดคุยไกล่เกลี่ยได้ และได้นำน้ำมันมาราดและเผาตัวเอง ซึ่งเจ้าหน้าที่และผู้พบเห็นได้ช่วยดับไฟและปฐมพยาบาล ณ บริเวณกองอำนวยการรับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล นั้น

             ข้อเท็จจริงกระทรวงยุติธรรมได้รับเรื่องจากกองอำนวยการรับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ให้ดำเนินการ เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๐โดยผู้ร้องมีความประสงค์ขอให้เจรจาไกล่เกลี่ยกับเจ้าหนี้แต่ละรายเนื่องจากผู้ร้องต้องหาเงินเพื่อมาชำระหนี้เป็นรายวัน ไม่เพียงพอและเดือดร้อนมาก และผู้ร้องยังอ้างว่าได้ถูกเจ้าหนี้ข่มขู่ทำร้ายร่างกาย แต่ผู้ร้องไม่รู้จักชื่อและนามสกุลจริงของเจ้าหนี้ ดังนั้นในเบื้องต้นศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม จึงให้คำแนะนำผู้ร้องแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษและลงบันทึกประจำวันต่อพนักงานสอบสวนในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งก็ทราบว่าผู้ร้องได้ไปดำเนินการตามที่ให้คำแนะนำดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตามเนื่องจากเห็นว่าในกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องหนี้นอกระบบศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรมไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงได้ส่งเรื่องนี้ไปยังศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ทำงานคู่ขนานไปกับการที่ผู้ร้องไปร้องทุกข์กล่าวโทษและลงบันทึกประจำวันต่อพนักงานสอบสวนดังกล่าวข้างต้น แต่ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนฯ ได้พยายามติดต่อผู้ร้องตามเบอร์โทรศัพท์มือถือที่ให้ทั้ง ๒ หมายเลข แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงได้ทำจดหมายเพื่อส่งถึงผู้ร้องตามที่อยู่ที่แจ้ง เพื่อให้มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม เนื่องจากว่าเจ้าหนี้ทั้งหมดไม่มีชื่อและนามสกุลที่จะไปดำเนินการติดตามช่วยเหลือได้ดังกล่าว แต่ยังไม่ทันส่งหนังสือออกก็เกิดเหตุกรณีผู้ร้องพยายามเผาตัวเองเสียก่อน

             อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมได้ติดต่อพูดคุยกับผู้ร้องที่โรงพยาบาลที่ทำการรักษาพยาบาลแล้ว เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมในการดำเนินการช่วยเหลือต่อไป

 

******************