การประชุมคณะกรรมการประสานงานด้านสหประชาชาติ องค์การระหว่างประเทศอื่นๆ และองค์การต่างประเทศ เพื่อพิจารณาร่างเอกสารท่าทีไทยสำหรับการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 72 (United Nations General Assembly: UNGA 72)

29 ส.ค. 2560 13:59 น.

นางสาวจิดาภา วงศ์สัมพันธ์ นักวิเทศสัมพันธ์ปฏิบัติการ กองการต่างประเทศ พร้อมด้วยผู้แทนกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และผู้แทนกรมราชทัณฑ์ เป็นผู้แทนกระทรวงยุติธรรม เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการประสานงานด้านสหประชาชาติ องค์การระหว่างประเทศอื่นๆ และองค์การต่างประเทศ เพื่อพิจารณาร่างเอกสารท่าทีไทยสำหรับการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 72 (United Nations General Assembly: UNGA 72) เมื่อวันพุธที่ 9 สิงหาคม 2560 เวลา 14.00 – 17.00 น. ณ วิเทศสโมสร ส่วนที่ 2 และ 3 กระทรวงการต่างประเทศ

สาระสำคัญของการประชุมฯ คือ การพิจารณาร่างเอกสารท่าทีไทยสำหรับการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 72 โดยประเด็นในร่างเอกสารท่าทีไทยที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรม ประกอบด้วย

  1. หัวข้อ D การส่งเสริมสิทธิมนุษยชน

    1.1 ร่างระเบียบวาระที่ 69 การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเด็ก

          ประเทศไทยมีท่าทีที่จะสนับสนุนและร่วมอุปถัมภ์ร่างข้อมติที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากประเทศไทยให้ความสำคัญต่อเรื่องการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเด็ก โดยไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก และมีบทบาทนำในการผลักดันยุทธศาสตร์ต้นแบบและมาตรการเชิงปฏิบัติของสหประชาชาติว่าด้วยการยุติความรุนแรงต่อเด็กในสาขาการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา อีกทั้งมีพัฒนาการด้านกฎหมาย แผนงาน และโครงการเพื่อส่งเสริมสิทธิเด็กในประเทศไทย

    1.2 ร่างระเบียบวาระที่ 71 การขจัดการเหยียดผิว การเลือกปฏิบัติด้านเชื้อชาติ ความเกลียดชังคนต่างชาติ และขาดขันติธรรมในรูปแบบต่างๆ

          ประเทศไทยจะสนับสนุนข้อมติเกี่ยวกับการปฏิบัติตามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ (International Convention on the Elimination of All Forms of Racial Discrimination: CERD) หากสาระของข้อมติสอดคล้องกับท่าทีไทยในเรื่องการต่อต้านการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ

    1.3 ร่างระเบียบวาระที่ 73 การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

          ประเทศไทยจะเน้นการเสริมสร้างความเชื่อมั่นในด้านการปกป้องและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การยึดมั่นต่อพันธกรณีระหว่างประเทศ รวมทั้งแจ้งพัฒนาการของไทยในประเด็นสิทธิมนุษยชนด้านบวก เช่น การเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศ และการผลักดันกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชน

  1. หัวข้อ F การส่งเสริมกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ

    2.1 ร่างระเบียบวาระที่ 80 รายงานผลการประชุมสมัยที่ 50 ของคณะกรรมาธิการกฎหมายการค้าระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ (United Nations Commission on International Trade Law: UNCITRAL)

 

          ประเทศไทยกำหนดท่าทีที่จะสนับสนุนการดำเนินงานของ UNCITRAL รวมถึงสนับสนุนการจัดตั้งคณะทำงาน 3 ขึ้นมาใหม่ เพื่อพิจารณาเรื่องการปฏิรูปเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐและเอกชน

 

    2.2 ร่างระเบียบวาระที่ 85 หลักนิติธรรมในระดับประเทศและระหว่างประเทศ

 

          ประเทศไทยมีมาตรการในการส่งเสริมด้านหลักนิติธรรมให้กับประชาชน อาทิ พ.ร.บ. กองทุนยุติธรรม พ.ศ. 2558 พ.ร.บ. ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 และนโยบายการดูแลความต้องการพิเศษของผู้ต้องขังหญิง ตาม Bangkok Rules

 

 

 

  1. หัวข้อ H การควบคุมยาเสพติด การป้องกันอาชญากรรมและการต่อต้านการก่อการร้ายสากลในทุกรูปแบบ

 

    3.1 ร่างระเบียบวาระที่ 108 การป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา

 

          ประเทศไทยจะพิจารณากล่าวถ้อยแถลงเน้นย้ำประเด็นด้านการทรงงานของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ในฐานะทูตสันถวไมตรีด้านการส่งเสริมหลักนิติธรรมและระบบงานยุติธรรมทางอาญาสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิสตรีและเด็กในกระบวนการยุติธรรม

 

ทางอาญา การส่งเสริมการพัฒนานโยบายและกฎหมายภายในเพื่อเอื้อเฟื้อต่อการใช้ทางเลือกอื่นแทนการคุมขัง รวมถึงการสนับสนุนร่างข้อมติ “Promoting the practical application of the United Nations Standard Minimum Rules for the Treatment of Prisoners (the Nelson Mandela Rules)” จากที่ประชุม CCPCJ สมัยที่ 26 ที่ไทยร่วมอุปถัมภ์

 

    3.2 ร่างระเบียบวาระที่ 109 การควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศ

 

          ประเทศไทยจะพิจารณากล่าวถ้อยแถลงโดยเน้นความมุ่งมั่นของรัฐบาลและความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ทั้งนี้ ประเทศไทยมีการกำหนดมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงมีนโยบายด้านการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด