การประชุมคณะอนุกรรมการว่าด้วยการเลือกตั้งของไทยและการสมัครเข้าทำงานของคนไทยในองค์การระหว่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

17 ส.ค. 2560 14:40 น.

เมื่อวันพุธที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๒.๐๐ น. ณ วิเทศสโมสร ส่วนที่ ๒ และ ๓ กระทรวงการต่างประเทศ นายอัสนีย์  สังขเนตร นักวิชาการยุติธรรมชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ พร้อมด้วยนางสาวจิดาภา วงศ์สัมพันธ์ นักวิเทศสัมพันธ์ปฏิบัติการ กองการต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นผู้แทนกระทรวงยุติธรรม เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการว่าด้วยการเลือกตั้งของไทยและการสมัครเข้าทำงานของคนไทยในองค์การระหว่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การประชุมฯ ดังกล่าว มีสาระสำคัญ ดังนี้

  ๑. สมาชิกภาพ การดำรงตำแหน่ง และการสมัครรับเลือกตั้งของไทยในองค์การระหว่างประเทศ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรม ได้แก่

         ๑.๑ การดำรงตำแหน่งทูตสันถวไมตรีด้านการส่งเสริมหลักนิติธรรมและระบบงานยุติธรรมทางอาญาสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยา

         ๑.๒ การเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการว่าด้วยกฎหมายการค้าระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ (United Nations Commission on International Trade Law: UNCITRAL) วาระปี ค.ศ. ๒๐๑๖ – ๒๐๒๒

         ๑.๓ การเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา(Commission on Crime Prevention and Criminal Justice: CCPCJ) วาระปี ค.ศ. ๒๐๑๕ – ๒๐๑๗ โดยไทยจะลงสมัครในวาระ ค.ศ. ๒๐๑๙ – ๒๐๒๑ ซึ่งจะมี ๕ ตำแหน่งว่างตามโควตาของกลุ่มเอเชียแปซิฟิก ปัจจุบันมี ๓ ประเทศ ได้แก่ อิหร่าน อิรัก และคูเวต แจ้งการลงสมัครแล้ว ทำให้ขณะนี้ยังไม่มีภาวะแข่งขัน ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้เริ่มดำเนินการขอรับเสียงสนับสนุนจากการหารือในระดับทวิภาคีของผู้บริหารระดับสูงแล้ว และคาดว่าจะได้รับเสียงสนับสนุน เนื่องจากไทยมีบทบาทที่เด่นชัดในด้านการป้องกันอาญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา จากการนำข้อกำหนด Mandela Rules ไปปฏิบัติใช้อย่างเป็นทางการ โดยการเลือกตั้งจะมีขึ้นในเดือนเมษายน ๒๕๖๑ ในที่ประชุมคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (ECOSOC) ณ นครนิวยอร์ก  

              ๒. การทบทวนคำสั่งคณะกรรมการประสานงานด้านสหประชาชาติ องค์การระหว่างประเทศอื่นๆ และองค์การต่างประเทศ ที่ ๑/๒๕๔๗ เรื่อง การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการว่าด้วยการเลือกตั้งของไทยและการสมัครเข้าทำงานของคนไทยในองค์การระหว่างประเทศ โดยที่ประชุมพิจารณาปรับแก้ชื่อหน่วยงานที่มีการแก้ไขชื่อหน่วยงานใหม่ ๒ หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกองบัญชาการกองทัพไทย ในการนี้ ผู้แทนกระทรวงยุติธรรมเสนอให้เพิ่มผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เนื่องจาก ป.ป.ท. มิได้อยู่ภายใต้สังกัดกระทรวงยุติธรรมแล้ว ทั้งนี้ ฝ่ายเลขานุการฯ จะสอบถามความเห็นไปยัง ป.ป.ท. เพื่อพิจารณาการร่วมคณะอนุกรรมการฯ

              ๓. การกำหนดท่าที แนวทาง และยุทธศาสตร์การเลือกตั้งของไทยและการสมัครตำแหน่งต่างๆ ของบุคคลสัญชาติไทยในองค์การระหว่างประเทศ โดยในการสมัครรับเลือกตั้ง มีประเด็นที่จะต้องพิจารณา ๔ ประเด็น ดังนี้

         ๓.๑ การสมัครรับเลือกตั้ง จะต้องพิจารณากำหนดกรอบเวลาการสมัคร (timeline) โดยคำนึงถึงแนวปฏิบัติและภาวการณ์แข่งขัน หากมีภาวะแข่งขันสูง ควรกำหนดกรอบเวลาในการแจ้งการสมัครล่วงหน้า เพื่อวางแผนการรณรงค์และดำเนินการขอเสียง/แลกเสียง

         ๓.๒ การจัดทำเอกสารประมวลผลงานและนโยบายเพื่อรณรงค์ขอรับการสนับสนุน โดยระบุนโยบายสำคัญ/ประเด็นที่จะผลักดันในกรอบความร่วมมือหรือองค์การระหว่างประเทศที่ลงสมัคร จะช่วยให้การขอรับการสนับสนุนมีความน่าเชื่อถือและน่าสนใจยิ่งขึ้น

         ๓.๓ การเมืองภายในสหประชาชาติและการไม่ยึดมั่นในพันธกรณีในการแลกเสียง ส่งผลให้การประเมินผลการรณรงค์ขอเสียง/แลกเสียง มีอัตราคะแนนที่อาจหายไปประมาณร้อยละ ๒๐ โดยเฉพาะตำแหน่งที่มีภาวะแข่งขันสูง

         ๓.๔ การขอรับการสนับสนุนในฐานะผู้สมัครของอาเซียน โดยขอรับเสียงสนับสนุนจากประเทศสมาชิกอาเซียน จะช่วยเพิ่มคะแนนเสียงของไทยได้เป็นอย่างมาก

             ๔. กระทรวงการต่างประเทศได้จัดทำแผนภูมิแสดงความเชื่อมโยงการทำงาน ๒ เรื่องด้วยกัน คือ (๑) แผนภูมิการเลือกตั้งในองค์การระหว่างประเทศในความรับผิดชอบของหน่วยงาน ซึ่งแสดงถึงกระบวนการดำเนินงานระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบกรอบการเลือกตั้งและกระทรวงการต่างประเทศ ในการกำหนดยุทธศาสตร์ การขอเสียง/แลกเสียง และแนวทางการลงคะแนนเสียง และ (๒) แผนภูมิกระบวนการ/ขั้นตอนการสมัครรับเลือกตั้งของไทยในองค์การระหว่างประเทศ ซึ่งแสดงถึงขั้นตอนการสมัครรับเลือกตั้ง ยุทธศาสตร์ในการรณรงค์ขอเสียง/แลกเสียง ผ่านช่องทางการทูต การแจ้งการสมัครเป็นทางการต่อองค์การระหว่างประเทศและการติดตามและประมวลผล โดยขอให้แต่ละหน่วยงานพิจารณา และแจ้งผลการพิจารณาให้กระทรวงการต่างประเทศทราบ

             ๕. แผนการสมัครรับเลือกตั้งของไทยในอนาคต ประเทศไทยมีแผนที่จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Human Rights Council: HRC) วาระปี ค.ศ. ๒๐๒๑ – ๒๐๒๓ เป็นต้นไป ในการนี้ ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม ให้การสนับสนุนการลงสมัครรับเลือกตั้งดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่า การเป็นสมาชิก HRC จะเป็นประโยชน์และช่วยส่งเสริมบทบาทของไทยในด้านสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศจะพิจารณาการลงสมัครรับเลือกตั้งดังกล่าวต่อไป

             ๖. การประชุมคณะอนุกรรมการฯ ครั้งต่อไป มีกำหนดจัดขึ้นในช่วงต้นปี ๒๕๖๑